บทความ

Content Marketing คืออะไร? ทำไมทุกแบรนด์ต้องทำ?

Content Marketing คืออะไร? ทำไมทุกแบรนด์ต้องทำ? Content Marketing จำเป็นขนาดไหน?

หากคุณมีธุรกิจของตัวเอง คุณก็ต้องทำการตลาดให้แบรนด์ตัวเอง เพื่อทำให้ผู้บริโภคนั้นรู้จักว่ามีธุรกิจนี้อยู่และนำไปสู่การสร้างยอดขาย ซึ่งหนึ่งในการตลาดที่คุณต้องทำก็คือ การทำ Content Marketing หรือที่หลายคนเรียกว่า “คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง” เพราะเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการทำการตลาดในยุคดิจิทัล และมีประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณในระยะยาว มาทำความเข้าใจกันว่า Content Marketing คืออะไร Content Marketing มีอะไรบ้าง และวิธีการทำ Content Marketing ให้ประสบความสำเร็จทำอย่างไร Content Marketing คืออะไร เข้าใจคอนเทนต์การตลาดให้ถูกต้อง Content Marketing หรือ คอนเทนต์การตลาด คือ การทำกลยุทธ์การตลาดในรูปแบบของคอนเทนต์ หรือการสร้างและแบ่งปันเนื้อหาที่มีคุณค่า มีความเกี่ยวข้อง และสอดคล้องกัน เพื่อดึงดูดและรักษากลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน โดยมุ่งหวังเพื่อจะผลักดันและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า คำว่า Content Marketing มาจากการรวมกันของสองคำ คือ “Content” ที่แปลว่าเนื้อหาหรือสาร และ “Marketing” ที่แปลว่าการตลาด เมื่อนำมารวมกันจึงหมายถึงการทำคอนเทนต์เพื่อการตลาด ซึ่งประกอบด้วยการตั้งจุดประสงค์ วางแผน คิดกลยุทธ์หรือแนวการสื่อสารเพื่อให้เหมาะสมกับแบรนด์ แล้วสื่อสารไปให้ถึงผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจนั้น ๆ อีกนัยหนึ่ง Content ก็คือ “แบรนด์” ที่หมายถึงการนำเสนอตัวตนของแบรนด์ไปยังผู้บริโภค ว่าคุณ คืออะไร ธุรกิจนี้เกี่ยวกับอะไร และตัวตนของแบรนด์เป็นอย่างไร แม้เป้าหมายหลักของ Content Marketing คือ การขายสินค้า แต่ไม่ได้ยัดเยียดหรือเน้นการขายจนเกินไป และไม่ได้โน้มน้าวใจอย่างชัดเจนเหมือนการโฆษณาทั่วไป ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ผู้บริโภครู้สึกเชิงบวกต่อแบรนด์มากกว่า Content Marketing กับ Digital Marketing ต่างกันอย่างไร? หลายคนอาจสงสัยว่า คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง เป็น Digital Marketing หรือไม่? คำตอบ คือ Content Marketing เป็นส่วนหนึ่งของการทำ Digital Marketing หรือการตลาดออนไลน์ กล่าว คือ เป็นเครื่องมือตัวหนึ่งในการทำการตลาดดิจิทัล การทำ Content Marketing นั้นมีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น: ทั้งหมดนี้ช่วยให้ผู้บริโภคได้ทำความเข้าใจในแบรนด์และตัวสินค้าของแบรนด์มากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค การทำคอนเทนต์การตลาดที่ดีจึงต้องสอดคล้องกับพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายและตอบโจทย์จุดประสงค์ของแบรนด์ หากคุณต้องการบริการทำการตลาดบน Facebook และ TikTok ที่ครบวงจร ทีมงานของเราพร้อมช่วยเหลือคุณ 8 ประเภทของการทำ Content Marketing มีอะไรบ้าง? ในการทำคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง นั้น มีรูปแบบที่หลากหลายให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมกับแบรนด์และกลุ่มเป้าหมาย Content Marketing มีอะไรบ้าง? แต่ละประเภทมีจุดเด่นและการนำไปใช้ที่แตกต่างกัน ดังนี้: 1. Photo Content การทำ Content Marketing แบบรูปภาพหรือ Photo Content สามารถทำได้หลากหลายรูปแบบตามความเหมาะสมของเนื้อหา เช่น: 2. Video Content เป็นประเภทที่ได้ผลตอบรับดีมากในยุคนี้ เพราะผู้บริโภคชอบดูมากกว่าอ่าน คอนเทนต์รูปแบบนี้ช่วยให้ผู้บริโภคได้เห็นสินค้าหรือบริการทุกมิติและกระตุ้นอารมณ์ได้มากกว่าแบบภาพ สามารถนำเสนอเรื่องราวได้ลึกซึ้งกว่า แต่ก็มีความท้าทาย คือ ต้องเล่าเรื่องอย่างไรให้สนุกและทำให้ผู้ชมดูจนจบคลิปได้ ทั้งนี้ การดูแลช่อง YouTube อย่างมืออาชีพจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้เนื้อหาของคุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุด 3. Real Time Content การทำ Content Marketing ที่เน้นตามกระแสหรือ Real Time Content มีข้อดี คือ สามารถทำให้ผู้บริโภครู้จักแบรนด์มากขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว หากคอนเทนต์ที่เผยแพร่นั้นเป็นไวรัล จะช่วยสร้าง Engagement ได้ดีมาก แต่ความท้าทาย คือ ต้องสร้างสรรค์คอนเทนต์ตามกระแสอย่างไรให้แตกต่างและโดดเด่นกว่าคู่แข่ง ซึ่งต้องระวังความเสี่ยงที่อาจเกิดดราม่าได้ 4. Promotion Content เป็นคอนเทนต์ที่แทบทุกแบรนด์ทำเพื่อกระตุ้นและส่งเสริมการขาย ทั้งลด แลก แจก แถม เหมือนเป็นการประกาศข่าวสารว่าในช่วงนั้นแบรนด์มีโปรโมชันน่าสนใจให้ลูกค้า เป็นการดึงดูดการซื้อที่ได้ผลแน่นอน และยิ่งมีการยิงโฆษณาร่วมด้วยก็ยิ่งช่วยสร้างยอดขายได้มากขึ้น รวมถึงสร้าง Engagement ให้กับเพจด้วย 5. Solvable Content เป็นการนำเสนอข้อมูลที่มีประโยชน์กับผู้อ่านและช่วยแก้ปัญหาหรือคลายความสงสัยให้กับกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ โดยเนื้อหาจะมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจ เป็นการทำให้ผู้บริโภครู้จักแบรนด์ผ่านการให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ 6. Question & Answer Content การตั้งคำถาม-คำตอบจากลูกค้าหรือคนที่สนใจสินค้า/บริการ ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภคและสร้าง Engagement ได้ดี นอกจากนี้ยังอาจทำให้คนที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับสินค้าเข้าใจมากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การตัดสินใจซื้อได้ การใช้ KOL

Read More »
Content Marketing ตัวอย่าง: กลยุทธ์ที่ช่วยให้ธุรกิจคุณเติบโต

Content Marketing ตัวอย่าง: กลยุทธ์ที่ช่วยให้ธุรกิจคุณเติบโตอย่างยั่งยืน

ในยุคดิจิทัลที่การแข่งขันทางธุรกิจสูง “คอนเทนต์” กลายเป็นหัวใจสำคัญของการทำการตลาดออนไลน์ เพราะคอนเทนต์ คือ สะพานเชื่อมระหว่างแบรนด์กับกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นบทความ วิดีโอ รูปภาพ หรือรูปแบบอื่น ๆ การทํา Content Marketing ที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นทักษะสำคัญที่ธุรกิจทุกขนาดควรเรียนรู้และพัฒนา บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกเรื่อง Content Marketing ตัวอย่าง ตั้งแต่ความหมาย ประเภท ไปจนถึงแนวทางการทำคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งที่ประสบความสำเร็จ เพื่อให้คุณสามารถนำไปปรับใช้กับธุรกิจของตัวเองได้อย่างเหมาะสม มาดูกันว่า Content Marketing มีอะไรบ้าง และแบรนด์ต่าง ๆ ทำกันอย่างไร Content Marketing คืออะไร? คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง คือ กลยุทธ์การตลาดที่มุ่งเน้นการสร้างและแจกจ่ายเนื้อหาที่มีคุณค่า มีความเกี่ยวข้อง และสอดคล้องกัน เพื่อดึงดูดและรักษากลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ ให้ความรู้ และกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อในที่สุด เป้าหมายของ Content Marketing ไม่ใช่แค่การขายสินค้าในทันที แต่เป็นการสร้างความสนใจในสินค้าควบคู่กับการสร้างการจดจำแบรนด์ผ่านเนื้อหาที่มีคุณภาพสูง ซึ่งจะช่วยให้คุณเพิ่ม: ประเภทของ Content Marketing Content Marketing มีอะไรบ้าง? มีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบก็มีจุดเด่นและเหมาะกับวัตถุประสงค์ทางการตลาดที่แตกต่างกัน ต่อไปนี้ คือ ประเภทหลัก  ๆ ของ Content Marketing: 1. Blog Content Marketing บล็อกโพสต์เป็นรูปแบบคอนเทนต์ที่คนส่วนใหญ่นึกถึงเมื่อพูดถึง Content Marketing เพราะสร้างได้ง่าย โดยเฉพาะถ้าเนื้อหาไม่ยาวเกินไปและใช้รูปภาพจำนวนไม่มาก หากทำได้อย่างถูกต้อง บล็อกโพสต์สามารถช่วยคุณ: ตัวอย่างจาก Hubspot Hubspot เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำ Content Marketing ผ่านบล็อก นอกจากการสร้างเครื่องมือการตลาดฟรี พวกเขายังใช้กลยุทธ์ Content Marketing โดย: 2. Social Media Content Marketing โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางที่เหมาะสมในการสร้างการรับรู้ (Awareness) ทำให้เข้าถึงแบรนด์ได้ง่าย และสร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) ที่ช่วยให้แบรนด์ได้ใกล้ชิดกับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเรื่องการจัดอันดับใน Search Engine (SEO) ซึ่งเพิ่มโอกาสในการขายอีกด้วย ตัวอย่างจาก Intrepid Travel Intrepid Travel เป็นบริษัทท่องเที่ยวแบบผจญภัยที่มีศูนย์กลางคอนเทนต์ชื่อ “The Journal” ซึ่งรวบรวมเรื่องราวจากนักเดินทางจริงที่แบ่งปันประสบการณ์ของพวกเขา นอกจากนี้ พวกเขายังโพสต์รูปการเดินทางที่สร้างแรงบันดาลใจบน Facebook สลับกับคอนเทนต์ของตัวเอง ส่งผลให้มีผู้ติดตามมากกว่า 600,000 คน และสร้างชุมชนที่เข้มแข็งบนโซเชียลมีเดียต่าง ๆ 3. Visual Content Marketing รูปภาพเป็นส่วนสำคัญของโซเชียลมีเดียที่ช่วยเชื่อมต่อกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างง่ายดาย รูปภาพในที่นี้รวมถึงภาพเคลื่อนไหวแบบ GIF ที่ช่วยสร้างสีสันให้กับคอนเทนต์ของคุณ ตัวอย่างจาก Shutterstock Shutterstock ใช้ความเชี่ยวชาญด้านรูปภาพในการสร้างข้อมูลที่ทุกคนสามารถใช้งานได้ อินโฟกราฟิกของพวกเขาดึงดูดการเข้าชมเว็บไซต์มากกว่า 6 พันล้านครั้ง นอกจากนี้ Shutterstock ยังสร้างสรรค์งานที่ไม่ใช่แค่ภาพ แต่ยังรวมถึงวิดีโอและเพลงอีกด้วย 4. Video Content Marketing การตลาดผ่านวิดีโอได้รับความนิยมอย่างมากโดยเฉพาะหลังจาก TikTok เป็นกระแส ทำให้วิดีโอแนวตั้ง (Vertical Video) กลายเป็นรูปแบบคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับผู้ใช้อุปกรณ์พกพา วิดีโอยังเป็นหนึ่งในรูปแบบคอนเทนต์ที่สร้างรายได้ให้กับธุรกิจได้ดี ตัวอย่างจาก Blendtec แบรนด์เครื่องปั่น Blendtec พิสูจน์ว่าคอนเทนต์ในอุตสาหกรรมที่ดูเหมือนจะน่าเบื่อสามารถกลายเป็นไวรัลได้ หากคุณจับจุดที่ดึงดูดผู้ชมได้ พวกเขาสร้างซีรีส์วิดีโอชื่อ “Will It Blend” ซึ่งทดสอบปั่นสิ่งของแปลก ๆ ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 700% ในช่วงสามปี 5. Ebook Content Marketing Ebooks เป็นอีกวิธีที่ยอดเยี่ยมในการสร้างคอนเทนต์อย่างรวดเร็วและดึงดูดลูกค้าเป้าหมาย อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาของลูกค้าได้ด้วย Hubspot ประสบความสำเร็จอย่างมากในการใช้ Ebook เป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้อ่านและสร้างการรับรู้แบรนด์ ตัวอย่างจาก Hootsuite Hootsuite เป็นเครื่องมือบริหารจัดการโซเชียลมีเดีย พวกเขามีบทความ ข้อมูล และ Ebook จำนวนมากที่เป็นประโยชน์บนเว็บไซต์ ซึ่งเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อ่านที่ต้องกรอกก่อนจะดาวน์โหลด Ebook ไปอ่าน 6. Promotional Content คอนเทนต์โปรโมชันกระตุ้นส่งเสริมการขายสินค้า ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมแจกสินค้า แจกส่วนลด หรือโปร 1 แถม 1 โดยมีการตั้งกฎกติกาต่าง

Read More »
มาร์เก็ตเพลส คือ แพลตฟอร์มระบบการขายออนไลน์ที่ขับเคลื่อนธุรกิจยุคออนไลน์

มาร์เก็ตเพลส คือ แพลตฟอร์มระบบการขายออนไลน์ที่ขับเคลื่อนธุรกิจยุคออนไลน์

ในโลกธุรกิจที่ผู้คนหันมาซื้อของออนไลน์มากกว่าที่หน้าร้าน การเข้าใจระบบการขายออนไลน์จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ “Marketplace คือ” หนึ่งในคำศัพท์ที่ถูกพูดถึงอย่างแพร่หลายในวงการอีคอมเมิร์ซ แต่หลายคนอาจยังไม่เข้าใจความหมายและความสำคัญอย่างแท้จริง บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ มาร์เก็ตเพลส คือ อะไร อย่างละเอียด และเหตุผลที่ทำให้ช่องทางนี้กลายเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับการซื้อขายในยุคดิจิทัล มาร์เก็ตเพลส คืออะไร? มาร์เก็ตเพลส (Marketplace) คือ แพลตฟอร์มออนไลน์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงผู้ซื้อและผู้ขายเข้าด้วยกัน เปรียบเสมือนร้านขายสินค้าหรือห้างสรรพสินค้าดิจิทัลขนาดใหญ่ที่รวบรวมร้านค้าและสินค้าหลากหลายประเภทไว้ในที่เดียว โดยไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านจริง หากอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ มาร์เก็ตเพลส คือ “ตลาดออนไลน์” หรือระบบการขายออนไลน์ที่เป็นแหล่งนัดพบของผู้ซื้อและผู้ขาย ที่มีทั้งบริษัท ร้านค้า และผู้ขายรายย่อยมานำเสนอสินค้าของตนเอง ทำให้ผู้ซื้อสามารถเลือกสินค้าได้หลากหลาย เปรียบเทียบราคา และซื้อสินค้าจากหลายร้านในแพลตฟอร์มเดียวได้อย่างสะดวก แพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสจะให้บริการระบบที่จำเป็นสำหรับการซื้อขาย เช่น ระบบการชำระเงิน ระบบการจัดการร้านค้า และระบบการจัดส่งสินค้า โดยผู้ขายเพียงนำสินค้ามาลงขาย ดูแลสต๊อกสินค้า และจัดส่งสินค้าเมื่อมีคำสั่งซื้อ ส่วนผู้ให้บริการมาร์เก็ตเพลสจะได้รับค่าคอมมิชชันหรือค่าธรรมเนียมจากการขายที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม ประเภทของมาร์เก็ตเพลส Marketplace คือ ระบบที่แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ที่พบเห็นได้ในประเทศไทยปัจจุบัน: 1. อี-มาร์เก็ตเพลส (E-Marketplace คือ) E-Marketplace คือ ตลาดอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการซื้อขายสินค้าและบริการผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน ที่รวบรวมร้านค้าและสินค้าหลากหลายประเภทไว้ในที่เดียว ช่วยให้ผู้ซื้อสามารถเข้าถึงสินค้าที่ต้องการได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ระบบนี้เชื่อมโยงผู้ซื้อและผู้ขายเข้าด้วยกัน สามารถทำธุรกรรมได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลก มีการจัดการระบบต่าง ๆ เช่น การสร้างร้านค้า การจัดการสินค้า และระบบชำระเงินที่ปลอดภัย ปัจจุบัน อี-มาร์เก็ตเพลสยังคงเป็นช่องทางที่สำคัญที่สุดในตลาดอีคอมเมิร์ซของไทย โดยมีส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 55% ของมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตัวอย่างแพลตฟอร์มยอดนิยมในกลุ่มนี้ ได้แก่ Shopee และ Lazada รวมถึง TikTok และ Facebook ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน 2. โซเชียล คอมเมิร์ซ (Social Commerce) โซเชียล คอมเมิร์ซเป็นการค้าขายผ่านโซเชียลมีเดีย เป็นแนวทางใหม่ในการทำธุรกิจที่ผสานรวมการขายสินค้าและบริการเข้ากับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เช่น Facebook, Instagram, TikTok และ LINE ผู้ใช้สามารถเลือกชมและซื้อสินค้าผ่านช่องทางเหล่านี้ได้โดยตรง โดยไม่ต้องออกจากแอปพลิเคชันที่ใช้งานอยู่ ซึ่งทำให้กระบวนการซื้อขายมีความสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น มันคือ การรวมกันของโซเชียลมีเดียและอีคอมเมิร์ซ ตัวอย่างเช่น การใช้ฟีเจอร์ “Shop” บน Instagram หรือ Facebook Shops ที่ช่วยให้ผู้ค้าแสดงสินค้าของตนในรูปแบบที่ดึงดูดความสนใจ ปัจจุบัน โซเชียล คอมเมิร์ซกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะผ่านแพลตฟอร์มเช่น TikTok ซึ่งกลายเป็นช่องทางใหม่สำหรับการซื้อขายสินค้าภายในเวลาเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มาร์เก็ตเพลส vs อีคอมเมิร์ซ: ความแตกต่างที่ควรรู้ หลายคนมักสับสนระหว่างมาร์เก็ตเพลสและอีคอมเมิร์ซ แม้ว่าทั้งสองจะเกี่ยวข้องกับระบบการขายออนไลน์ แต่มีความแตกต่างที่สำคัญหลายประการ: มาร์เก็ตเพลส คือ: อีคอมเมิร์ซ: ความแตกต่างหลัก ๆ ระหว่างทั้งสองรูปแบบมีดังนี้: 1. การจัดการและควบคุม 2. ความหลากหลายของสินค้า 3. ค่าใช้จ่ายและต้นทุน 4. การทำการตลาด 4 มาร์เก็ตเพลสยอดนิยมในประเทศไทย ในประเทศไทยมีร้านขายสินค้าออนไลน์ในรูปแบบ Marketplace คือ ระบบที่โดดเด่นหลายแห่ง แต่ละแห่งมีจุดเด่นและกลุ่มเป้าหมายที่ต่างกัน ต่อไปนี้ คือ 4 แพลตฟอร์มยอดนิยม: 1. Facebook Marketplace Facebook Marketplace เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่าย ซึ่งทั้งบุคคลทั่วไปและธุรกิจสามารถซื้อและขายสินค้าในพื้นที่ได้ ใช้ประโยชน์จากเครือข่ายผู้ใช้ Facebook จำนวนมาก ทำให้ผู้ขายสามารถเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายได้ง่ายโดยไม่จำเป็นต้องมีการตั้งค่าที่ซับซ้อน ข้อดี: ไม่มีค่าธรรมเนียมในการลงรายการสินค้า สื่อสารกับผู้ซื้อโดยตรง และเข้าถึงชุมชนในพื้นที่ได้อย่างกว้างขวาง ข้อควรพิจารณา: ตัวเลือกการชำระเงินและการจัดส่งในตัวมีจำกัด ผู้ขายต้องจัดการด้านโลจิสติกส์เหล่านี้ด้วยตนเอง 2. Lazada Lazada เป็นหนึ่งในตลาดออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นที่รู้จักในฐานะแพลตฟอร์มที่มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่และโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง Lazada นำเสนอเครื่องมือที่หลากหลายสำหรับผู้ขาย รวมถึงโซลูชันการโฆษณา การสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ และการเข้าถึงแคมเปญระดับประเทศเช่น “Lazada Birthday Sale” ข้อดี: เครือข่ายโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่ง เครื่องมือโฆษณาแบบกำหนดเป้าหมาย และความไว้วางใจของลูกค้าสูง ข้อควรพิจารณา: การแข่งขันสูงและค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับโปรแกรมผู้ขายระดับพรีเมียมเช่น LazMall 3. Shopee Shopee เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นหลักในวงการอีคอมเมิร์ซของประเทศไทย ซึ่งเป็นที่รู้จักในด้านประสบการณ์การใช้งานบนมือถือเป็นหลักและกิจกรรมเมกะเซลล์บ่อยครั้ง เช่น Shopee 9.9 และ Shopee

Read More »
Influencer Marketing TikTok: เริ่มต้นอย่างไรให้ปัง

Influencer Marketing TikTok: เริ่มต้นอย่างไรให้ปัง

Influencer Marketing TikTok: เจาะลึกกลยุทธ์การตลาดที่มาแรงที่สุดบนโลกโซเชียล การทำการตลาดบน TikTok ผ่าน Influencer Marketing กำลังเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงพลังที่สุดในยุคดิจิทัล หลายแบรนด์เลือกใช้บริการ Influencer Agency TikTok เพื่อวางกลยุทธ์การตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการผสมผสานระหว่างการตลาดผ่านผู้ทรงอิทธิพลและแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ได้อย่างตรงจุด TikTok คืออะไร และทำไมถึงมาแรงในวงการการตลาดออนไลน์? TikTok เป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่รวบรวมองค์ประกอบของการแชร์วิดีโอสั้น ๆ ที่มีความยาวไม่เกิน 3 นาที ในหัวข้อที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเต้น การร้องเพลง เนื้อหาตลก ความสัมพันธ์ กีฬา สุขภาพ หรือแม้แต่ข่าวสาร TikTok ได้กลายเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมที่มาแรงที่สุดในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z และ Millennials สิ่งที่ทำให้ TikTok โดดเด่นและแตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่น ๆ คือ รูปแบบการมีส่วนร่วมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น: ด้วยอัลกอริทึมที่ชาญฉลาด TikTok สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมและความสนใจของผู้ใช้ เพื่อนำเสนอคอนเทนต์ที่ตรงใจ ทำให้ผู้ใช้ใช้เวลาบนแอปพลิเคชันเฉลี่ยถึง 89 นาทีต่อวัน นี่จึงเป็นโอกาสอันดีสำหรับแบรนด์ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านการตลาดบน TikTok อินฟลูเอนเซอร์หมายถึงอะไร และ Influencer Marketing คืออะไร? อินฟลูเอนเซอร์หมายถึง บุคคลที่มีผู้ติดตามจำนวนมากในสื่อโซเชียลมีเดีย มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และสามารถมีผลกระทบต่อความคิดเห็นและพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายได้ เป็นเสมือนการสื่อสารผ่านบุคคลที่สาม ซึ่งเป็นการตลาดแบบปากต่อปากในรูปแบบดิจิทัล Influencer Marketing คือกลยุทธ์การตลาดที่เน้นการใช้บุคคลที่มีอิทธิพลต่อกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างการรับรู้ ดึงดูดความสนใจ และส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์หรือบริการ ปัจจุบันการทำการตลาดบน TikTokผ่านอินฟลูเอนเซอร์กำลังได้รับความนิยมสูงมาก TikTok Influencer คือใคร? มาดู Influencer ตัวอย่างในไทย TikTok Influencer หรืออินฟลูเอนเซอร์ TikTok คือ บุคคลที่มีอิทธิพลบนแพลตฟอร์ม TikTok มีผู้ติดตามจำนวนมาก และได้รับความเชื่อถือจากผู้ชม พวกเขาสร้างสรรค์คอนเทนต์วิดีโอที่น่าสนใจ ดึงดูดความสนใจ และมีความสามารถในการโน้มน้าวความคิดเห็นและการตัดสินใจของผู้ติดตาม คนไทยมักเรียกอินฟลูเอนเซอร์เหล่านี้ว่า “ดาวติ๊กต๊อก” โดยพวกเขามีบทบาทสำคัญในการสร้างกระแสและมีอิทธิพลต่อผู้ติดตาม ไม่ว่าจะเป็นการเต้น การแต่งตัว หรือแม้แต่การใช้สินค้าต่างๆ ยกตัวอย่าง Influencer ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในการทำการตลาดบน TikTok ได้แก่ Nano Influencer ด้านความงามที่มียอดวิวสูงถึงหลักแสน หรือ Macro Influencer ด้านไลฟ์สไตล์ที่มีผู้ติดตามหลักล้าน ซึ่งสามารถสร้างยอดขายให้กับแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประเภทของ Influencer จำแนกตามจำนวนผู้ติดตาม อินฟลูเอนเซอร์สามารถแบ่งได้ตามระดับผู้ติดตาม ซึ่งมีผลต่อค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างด้วย โดยแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ๆ ดังนี้: 1. Nano Influencers 2. Micro Influencers 3. Mid-tier Influencers 4. Macro Influencers 5. Mega Influencers เนื้อหา (Content) แบบไหนที่ได้ผลดีบน TikTok? เนื่องจากกลุ่มผู้ใช้หลักของ TikTok เป็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่ค่อยตอบสนองต่อการโฆษณาแบบดั้งเดิม วิดีโอที่ได้รับความนิยมบน TikTok จึงมักเป็นแบบออร์แกนิก ที่ทำให้ผู้ชมไม่รู้สึกว่าถูกจัดฉากหรือขายของมากเกินไป คอนเทนต์ต้องให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ โดยมีเป้าหมาย คือ การนำเสนอแบรนด์โดยไม่รู้สึกว่ามีการขาย รูปแบบคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมบน TikTok มีหลากหลาย เช่น: ทำไมต้องใช้ TikTok Influencer Marketing? การทำการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์บน TikTok มีข้อดีหลายประการที่ทำให้แบรนด์ต่าง ๆ หันมาให้ความสนใจ: 1. ช่วยจำกัดขอบเขตของกลุ่มเป้าหมาย การใช้อินฟลูเอนเซอร์ช่วยให้แบรนด์สามารถกำหนดขอบเขตของกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจนมากขึ้น โดยการเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะสมกับคอนเซปต์ของแบรนด์ สินค้า และกลุ่มผู้ติดตาม เช่น ถ้าต้องการขายเวย์โปรตีน การเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่มีความสนใจด้านสุขภาพและการออกกำลังกายจะช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุดมากกว่า 2. สร้างการรับรู้ในวงกว้าง อินฟลูเอนเซอร์มีผู้ติดตามจำนวนมากและมีความสามารถในการสื่อสารได้อย่างน่าสนใจ ทำให้สามารถช่วยสร้างการรับรู้ให้แบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการแสดงความคิดเห็น การรีวิว หรือการเป็นคนกลางในการกระจายข้อมูล 3. สร้างความน่าเชื่อถือ อินฟลูเอนเซอร์มักเป็นผู้ที่มีความรู้และเชี่ยวชาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง การที่พวกเขาศึกษาและทำความเข้าใจกับแบรนด์และผลิตภัณฑ์ก่อนนำเสนอ ทำให้ข้อมูลที่สื่อสารออกไปมีความถูกต้องและน่าเชื่อถือ 4. สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า อินฟลูเอนเซอร์เป็นเสมือนคนกลางที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างลูกค้าและแบรนด์ ผ่านการนำเสนอที่สร้างสรรค์และน่าสนใจ ทำให้ลูกค้ารู้สึกดีกับแบรนด์และเพิ่มความภักดีต่อแบรนด์ได้ 5. กระตุ้นยอดขาย การใช้อินฟลูเอนเซอร์ช่วยโปรโมตสินค้าหรือบริการสามารถกระตุ้นยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อมีการนำเสนอโปรโมชันที่น่าสนใจ เช่น โค้ดส่วนลด หรือการรีวิวพร้อมติดตะกร้าให้ลูกค้าสามารถกดสั่งซื้อได้ง่ายขึ้น ประเภทของ

Read More »
TikTok Business คืออะไร? ทำไมแบรนด์ธุรกิจต้องหันมาสนใจสิ่งนี้?

TikTok Business คืออะไร? ทำไมแบรนด์ธุรกิจต้องหันมาสนใจสิ่งนี้?

ในยุคที่ทุกคนตัดสินใจซื้อด้วยปลายนิ้ว การทำ Content Marketing ให้โดดเด่นและน่าสนใจเป็นเรื่องสำคัญ Yudniw Marketing มองเห็นโอกาสนี้บน TikTok Business แพลตฟอร์มการตลาดรูปแบบใหม่ที่จะช่วยยกระดับการสร้าง TikTok Business Content ให้แบรนด์ธุรกิจได้ดึงดูดลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยบริการทำการตลาด TikTok ครบวงจร เพื่อสร้างการเติบโตให้ธุรกิจอย่างยั่งยืนในโลกออนไลน์ TikTok Business คืออะไร? TikTok for Business หรือ TikTok Business คือ แพลตฟอร์มการตลาดรูปแบบใหม่บนแอปพลิเคชัน TikTok ที่ช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์ประเภทวิดีโอสั้นได้อย่างโดดเด่น ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ชื่นชอบเสพคอนเทนต์แบบสั้น กระชับ และเข้าใจง่าย ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรื่องราว โปรโมตสินค้า หรือทำแคมเปญโฆษณา โดย TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่มีจำนวนผู้ใช้งานมหาศาลถึง 1 พันล้านคนทั่วโลก มีอัตราการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ได้ เช่น Hashtag Challenge หรือการทำฟิลเตอร์สุดสร้างสรรค์ให้ใช้ร่วมกัน ประโยชน์ TikTok Business TikTok Business ไม่ได้เป็นเพียงแค่แพลตฟอร์ม สำหรับสร้างคอนเทนต์สนุก ๆ เท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์มากมายสำหรับแบรนด์และธุรกิจที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายยุคใหม่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มการรับรู้ การสร้างภาพลักษณ์ การขายสินค้า ไปจนถึงการมีส่วนร่วมกับลูกค้า TikTok ตอบโจทย์ได้หมด ทำไมแบรนด์ธุรกิจต้องหันมาสนใจ TikTok For Business? การแข่งขันในตลาดออนไลน์ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ TikTok for Business คือ หนึ่งในแพลตฟอร์มที่ช่วยให้แบรนด์ธุรกิจสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ ด้วยจำนวนผู้ใช้งานมหาศาล โอกาสไวรัล และเครื่องมือการตลาดครบครัน ทำให้ TikTok กลายเป็นช่องทางในการทำ Content Marketing ที่เหล่า Marketer ต้องจับตามอง หากไม่อยากตกเทรนด์ทางธุรกิจ การพิจารณาว่าทำไมธุรกิจต้องเลือก ทำการตลาดบน TikTok? จึงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ฟีเจอร์เครื่องมือของ TikTok For Business สำหรับ Marketer ยุคใหม่ ในยุคที่การทำการตลาดออนไลน์เป็นเรื่องจำเป็น TikTok For Business ได้เข้ามาเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้แบรนด์ได้สร้างสรรค์คอนเทนต์โฆษณาที่โดดเด่น ด้วยฟีเจอร์และเครื่องมือการตลาดที่ทันสมัย เพื่อดึงดูดและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ Scale & Creativity TikTok เปิดโอกาสให้แต่ละแบรนด์สร้างสรรค์คอนเทนต์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เพื่อเข้าถึงผู้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการทำวิดีโอสั้น, AR Branded Effect หรือ Hashtag Challenge Sight, Motion & Sound TikTok Business มีเครื่องมือให้เลือกใช้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นเพลงประกอบ เสียงพากย์ เสียงเอฟเฟกต์ รวมถึงฟิลเตอร์และสติกเกอร์สุดสร้างสรรค์ เพื่อช่วยสร้างคอนเทนต์โดนใจได้ง่ายๆ Inclusive & Participatory Community ผู้ใช้ TikTok มีส่วนร่วมในการสร้างเนื้อหาบนแพลตฟอร์มค่อนข้างมาก ถ้าแบรนด์ทำคอนเทนต์สนุกและโดนใจคนส่วนใหญ่ ก็มีโอกาสถูก Share หรือนำไป Duet/React ต่อ จนเกิดเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงในวงกว้างได้เร็ว The place where culture is made TikTok เชื่อมผู้ใช้กว่า 150 ประเทศ เป็นพื้นที่ในการค้นพบแบรนด์ใหม่ ๆ รับทราบเทรนด์ล่าสุด หรือสร้างกระแสของตัวเอง จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนวัฒนธรรมใหม่ ๆ ในโลกออนไลน์ Seamless & simple solutions TikTok Business มีเครื่องมือสร้างคอนเทนต์และวัดผลแคมเปญที่ใช้งานง่าย ครอบคลุม ไม่ยุ่งยาก ด้วยระบบอัตโนมัติในการตั้งเป้าหมาย การเลือกงบประมาณ รวมถึงการติดตามและวัดผลแคมเปญที่เข้าใจง่าย เหมาะกับแบรนด์ทุกขนาดตั้งแต่เริ่มต้น วิธีเริ่มต้นใช้งาน TikTok for Business หลายๆ แบรนด์อาจยังมีข้อสงสัยว่า จะเริ่มต้นใช้ TikTok for Business เพื่อทำการตลาดได้อย่างไร ไม่ต้องกังวลไป เพราะวันนี้เรามีวิธีการสมัครใช้งานและขั้นตอนเบื้องต้นมาฝากกัน รับรองว่าทำตามได้ไม่ยาก หากสนใจบริการทำการตลาด TikTok สามารถใช้บริการ Yudniw Marketing ได้แล้ววันนี้! Yudniw Marketing คือ ครีเอทีฟเอเจนซี่และที่ปรึกษาด้านการทำการตลาดบนแพลตฟอร์ม TikTok โดยเฉพาะ

Read More »
การทำการตลาดบน TikTok: 10 กลยุทธ์ สำหรับกระตุ้นยอดขาย

การทำการตลาดบน TikTok: 10 กลยุทธ์ สำหรับกระตุ้นยอดขาย

การทำการตลาดบน TikTok: กลยุทธ์ทรงพลังสำหรับแบรนด์ในยุคดิจิทัล การทำการตลาดบน TikTok กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญสำหรับแบรนด์ที่ต้องการเข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ ด้วยผู้ใช้งานกว่า 1,000 ล้านคนทั่วโลกและฟีเจอร์ที่เอื้อต่อการสร้างคอนเทนต์ไวรัล แพลตฟอร์มนี้ไม่เพียงช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์ แต่ยังกระตุ้นยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อคุณเข้าใจวิธีการทำ Marketing TikTok ที่ถูกต้อง TikTok Marketing คืออะไร? TikTok Marketing คืออะไร? คือ การใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง TikTok เพื่อทำการตลาดและโปรโมทสินค้าหรือบริการ โดยการวางแผนและคิดค้นกลยุทธ์ด้านการตลาดดิจิทัลเพื่อสร้างการมองเห็น เพิ่มการรับรู้ และขยายฐานลูกค้าให้กับแบรนด์ เรียกได้ว่า TikTok for Business คืออะไร นั่นก็คือเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านแพลตฟอร์มนี้ ในปัจจุบัน การทำการตลาดบน TikTok ได้กลายเป็นแพลตฟอร์มที่มาแรงที่สุด มีผู้ใช้งานทั่วโลกมากถึง 1,000 ล้านคนต่อเดือน และเป็นแอปพลิเคชันที่คนใช้เวลานานที่สุดในโลก โดยเฉลี่ยถึง 34 ชั่วโมงต่อเดือน ซึ่งมากกว่า YouTube ที่มีผู้ใช้งานใช้เวลาเฉลี่ย 28.5 ชั่วโมงต่อเดือน เมื่อ TikTok มีผู้ใช้งานจำนวนมากและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้การทำการตลาดบน TikTok กลายเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับแบรนด์ที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง ทำไมต้องทำการตลาดบน TikTok? ทำการตลาดบน TikTok ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วด้วยเหตุผลหลายประการที่น่าสนใจ: นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจว่า 40% ของผู้ใช้งานสามารถจดจำแบรนด์ได้จาก TikTok ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่อาจมองข้าม และปัจจุบันกลุ่มคน Gen Z หันมาใช้ TikTok ในการค้นหาข้อมูลแทนการใช้ Google แล้ว ทำให้แพลตฟอร์มนี้กลายเป็นช่องทางสำคัญสำหรับนักการตลาดที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายรุ่นใหม่ กลุ่มผู้ใช้งาน TikTok คือใคร? เมื่อวางแผนทำการตลาดบน TikTok ควรเข้าใจกลุ่มผู้ใช้งานหลักของแพลตฟอร์มนี้: กลุ่ม Gen Z และ Millennials เป็นกลุ่มที่เติบโตมากับเทคโนโลยี ชอบติดตามเทรนด์ใหม่ๆ ไม่ชอบเสียเวลารอคอย และชื่นชอบการรับชมคอนเทนต์ที่สั้น กระชับ และให้ความบันเทิง นี่คือเหตุผลที่พวกเขากลายเป็นกลุ่มหลักบน TikTok อย่างที่ Jo Cronk ประธานบริษัทด้านการตลาด Whalar กล่าวไว้ว่า “TikTok คือ TV ของคน Gen Z” และ “ทุกวันนี้ถ้าคุณอยากทำให้แบรนด์ของคุณ สินค้าของคุณ บริการของคุณได้รับความสนใจจากคน Gen Z การทำการตลาด TikTok เป็นสิ่งที่คุณไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้เลย” การตลาด TikTok ต่างจากแพลตฟอร์มอื่นอย่างไร? TikTok มีความแตกต่างจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆ หลายประการ: 10 กลยุทธ์การตลาด TikTok สำหรับกระตุ้นยอดขาย กลยุทธ์การตลาดที่น่าสนใจ บน TikTok มีหลากหลายวิธีที่สามารถช่วยกระตุ้นยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลองพิจารณา Marketing TikTok ด้วยกลยุทธ์ต่อไปนี้: 1. การใช้ Hashtag อย่างมีประสิทธิภาพ Hashtag มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มการมองเห็นของคอนเทนต์บน TikTok โดยทำหน้าที่จัดกลุ่มเนื้อหาเพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา ควรเลือกใช้ Hashtag ที่: นอกจากนี้ การสร้าง Hashtag Challenge สามารถกระตุ้นให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมกับแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การทำเช่นนี้จะช่วยให้การทำการตลาดบน TikTok ของคุณได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น 2. ติดตามและปรับตัวตามเทรนด์ปัจจุบัน TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่เทรนด์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การติดตามและปรับตัวตาม Current TikTok Trends จึงมีความสำคัญ ควรเข้าไปดูที่เมนู Discover เพื่อตรวจสอบเทรนด์ล่าสุดอยู่เสมอ และสร้างคอนเทนต์ที่สอดคล้องกับเทรนด์เหล่านั้น 3. ร่วมมือกับ Influencer ที่เหมาะสม Influencer Marketing เป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงบน TikTok เพราะผู้ติดตามมักเชื่อถือรีวิวจาก Influencer มากกว่าการโฆษณาแบบทั่วไป ควรเลือก Influencer ที่มีกลุ่มผู้ติดตามสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ และสร้างคอนเทนต์ที่มีความเป็นธรรมชาติ ไม่ดูเป็นการขายตรงจนเกินไป 4. สร้างการมีส่วนร่วมผ่านการตอบคอมเมนต์ การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้งานผ่านคอมเมนต์ช่วยสร้างความผูกพันกับแบรนด์ ควรตอบคอมเมนต์อย่างสม่ำเสมอและทันท่วงที เพื่อสร้างความประทับใจและความเชื่อมั่นในแบรนด์ 5. โพสต์คอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากมีคอนเทนต์มากมายบน TikTok การโพสต์อย่างสม่ำเสมอช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ควรวางแผนการโพสต์ประมาณ 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ หรืออย่างน้อยวันละ 1 โพสต์ และเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อให้มีคนเห็นมากที่สุด เวลาที่เหมาะกับการโพสต์บน

Read More »
คอนเทนต์ขายของใน TikTok: กลยุทธ์ที่ทำให้ยอดขายทะลุเป้า

คอนเทนต์ขายของใน TikTok: กลยุทธ์ที่ทำให้ยอดขายทะลุเป้า

คอนเทนต์ขายของใน TikTok ปี 2025: 15 เทคนิคทําคอนเทนต์ให้ปัง ยอดขายพุ่ง TikTok ได้กลายเป็นแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ที่ทรงพลังที่สุดในปี 2025 ด้วยผู้ใช้งานมากกว่า 35 ล้านคนในประเทศไทย ทำให้เป็นโอกาสทองสำหรับธุรกิจทุกขนาดในการเข้าถึงลูกค้าด้วยคอนเทนต์ที่โดนใจ บทความนี้รวบรวม 15 เทคนิคล่าสุดในการสร้างคอนเทนต์ขายของใน TikTok ที่จะช่วยให้คุณสร้างยอดวิว เพิ่มการมีส่วนร่วม และที่สำคัญคือ ทำให้ยอดขายพุ่งสูงขึ้นในยุคที่คนตัดสินใจซื้อได้เพียงปลายนิ้ว TikTok: พลังแพลตฟอร์มที่ไม่ควรมองข้าม ในยุคที่ซื้อของได้เพียงปลายนิ้ว TikTok ไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มสำหรับความบันเทิงอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นช่องทางการตลาดและการขายที่ทรงพลังที่สุดแห่งหนึ่ง ด้วยจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยในปี 2025 มีผู้ใช้งานมากถึง 46% ของประชากรในสหรัฐอเมริกา และในประเทศไทยมีผู้ใช้งานที่มีอายุมากกว่า 18 ปีกว่า 35 ล้านบัญชี จุดเด่นของ TikTok คือ ระบบอัลกอริทึมที่ชาญฉลาด ช่วยให้ Content TikTok เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำ แม้คุณจะมีผู้ติดตามน้อย แต่ถ้าคอนเทนต์ปัง ๆ ใน TikTok ที่สร้างขึ้นโดนใจผู้ชม ก็สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มหาศาล นี่คือโอกาสทองสำหรับธุรกิจทั้งขนาดเล็กและใหญ่ในการทําคอนเทนต์ขายของให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ทำความรู้จัก TikTok Shop TikTok Shop คือ ฟีเจอร์ที่เปิดให้ผู้ใช้สามารถขายสินค้าได้โดยตรงบนแพลตฟอร์ม ช่วยให้ผู้ขายสามารถเชื่อมโยงคอนเทนต์ขายของใน TikTok กับการขายได้อย่างไร้รอยต่อ ลูกค้าสามารถชมคอนเทนต์และซื้อสินค้าได้ทันทีโดยไม่ต้องออกจากแอปพลิเคชัน ด้วยความที่ผู้ใช้ TikTok ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Gen Z และ Millennials ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง การทําคอนเทนต์ใน TikTok Shop จึงเป็นโอกาสทองในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเหล่านี้ หลายแบรนด์ต่างสงสัยว่า “ทําคอนเทนต์อะไรดี” ที่จะช่วยดึงดูดลูกค้าและสร้างยอดขาย บทความนี้จะช่วยไขข้อข้องใจนั้น สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มขายของใน TikTok ก่อนจะเริ่มต้นขายของใน TikTok มีสิ่งที่คุณควรรู้ดังนี้: วิธีเริ่มต้นใช้ TikTok Shop การเริ่มต้นใช้ TikTok Shop ทำได้ไม่ยาก ตามขั้นตอนดังนี้: 1. สมัครบัญชี TikTok ติดตั้งแอปพลิเคชัน TikTok บนมือถือหรือแท็บเล็ตผ่าน Play Store (Android) หรือ App Store (iOS) แล้วทำการสมัครสมาชิก กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน และใส่รูปโปรไฟล์ให้ดูน่าเชื่อถือ 2. เปลี่ยนเป็นบัญชีธุรกิจ หลังจากสมัครสมาชิกแล้ว คุณต้องเปลี่ยนประเภทบัญชีเป็นบัญชีธุรกิจโดย: 3. เริ่มการสร้างคอนเทนต์ให้น่าสนใจ ในช่วงเริ่มต้น ควรทําคอนเทนต์เกี่ยวกับสินค้าของคุณ โดยเน้นการให้ข้อมูลและความบันเทิงมากกว่าการขายตรง สร้างคอนเทนต์ปังๆ ใน TikTok ตามเทรนด์ปัจจุบัน และลงคอนเทนต์เจ๋งๆ อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ร้านเป็นที่รู้จักในวงกว้าง 4. ใส่ใจปฏิสัมพันธ์กับผู้ติดตาม ตอบคอมเมนต์ของผู้ชมอย่างสม่ำเสมอ แสดงให้เห็นว่าคุณใส่ใจและเข้าถึงได้ง่าย การบริการที่ดีจะช่วยเปลี่ยนผู้ชม Content TikTok ของคุณให้กลายเป็นลูกค้าที่ซื้อสินค้าจากร้านของคุณ 15 เทคนิคการสร้างคอนเทนต์ขายของใน TikTok ให้ปัง ในยุค Age of Content ที่ผู้บริโภคเลือกเสพแต่เนื้อหาที่ตรงกับความสนใจ การทําคอนเทนต์ขายของใน TikTok ต้องปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป หลายคนมักจะถามว่า “ทําคอนเทนต์อะไรดี?” หรือ “จะสร้างคอนเทนต์ให้น่าสนใจได้อย่างไร?” นี่คือ 15 เทคนิคที่จะช่วยให้ Content TikTok ของคุณโดดเด่นและสร้างยอดขายได้จริง: 1. เน้นความจริงใจและความเป็นตัวเอง (Authenticity) ในปี 2025 ผู้ใช้ TikTok ต่างแสวงหาคอนเทนต์ที่มีความจริงใจและเป็นธรรมชาติ การสร้างภาพที่ดูเพอร์เฟกต์หรือจัดฉากมากเกินไปไม่ได้ผลอีกต่อไป วิธีสร้างความ Authenticity: 2. ใช้ AI และ AR สร้างสรรค์คอนเทนต์ เทคโนโลยี AI และ AR กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าการสร้างคอนเทนต์บน TikTok ผู้ขายที่ฉลาดควรนำมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจ การประยุกต์ใช้ AI และ AR: 3. สร้าง Snackable Content ที่จับใจ แม้ TikTok จะเปิดให้ทำคอนเทนต์ยาวขึ้น แต่การสร้างเนื้อหาสั้นกระชับยังคงสำคัญ ทำอย่างไรให้ถ่ายทอดข้อมูลได้น่าสนใจในเวลาอันสั้น เทคนิคการสร้าง Snackable Content: 4. ทำ Live

Read More »
25 กลยุทธ์เพิ่มยอดขาย ง่าย ๆ ที่ใครก็ทำได้จริง

25 กลยุทธ์เพิ่มยอดขาย สามารถทำได้ง่าย ๆ ที่ใครก็ทำได้จริง

25 กลยุทธ์เพิ่มยอดขาย ที่ใช้ได้จริง เห็นผลรวดเร็ว สำหรับธุรกิจยุคใหม่ ในโลกธุรกิจที่การแข่งขันสูงขึ้นทุกวัน การเพิ่มยอดขาย คือ เป้าหมายสำคัญที่ทุกธุรกิจต้องการ ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของกิจการ หรือพนักงานขาย คุณคงรู้ดีว่าโลกของธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คู่แข่งอาจเปิดตัวสินค้าใหม่ เข้าหาลูกค้าของคุณ หรือตัดราคา และก่อนที่คุณจะรู้ตัว ยอดขายของคุณอาจตกลงอย่างรวดเร็ว บทความนี้จะแนะนำ 25 กลยุทธ์การเพิ่มยอดขายที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างยั่งยืน ซึ่งประกอบด้วยทั้งวิธีกระตุ้นยอดขายเซลล์พื้นฐานและเทคนิคการเพิ่มยอดขายทันสมัยที่ผสมผสานหลักจิตวิทยาเข้ากับการตลาด ทุกกลยุทธ์การค้าได้รับการพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้จริง เห็นผลรวดเร็ว และสามารถนำไปปรับใช้กับธุรกิจได้ทันที ด้วยไอเดียการเพิ่มยอดขายเหล่านี้ คุณจะพบว่ายอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำความเข้าใจพื้นฐานก่อนเริ่มต้น การขายมีอะไรบ้าง 1. ทำความรู้จักกลุ่มเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง การเข้าใจลูกค้า คือ กุญแจสำคัญในกลยุทธ์เพิ่มยอดขาย เริ่มจากการทำความเข้าใจว่าลูกค้าของคุณคือใคร มีความต้องการอะไร และมีปัญหาใดที่คุณสามารถช่วยแก้ไขได้ ยิ่งคุณเข้าใจลูกค้ามากเท่าไร คุณยิ่งสามารถนำเสนอสินค้าหรือบริการที่ตรงใจพวกเขาได้มากขึ้น และมีโอกาสที่ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายควรพิจารณาทั้ง: คุณสามารถรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ผ่านการสำรวจ การสัมภาษณ์ หรือใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลออนไลน์อย่าง Google Analytics หรือ Social Listening Tool ที่ช่วยเจาะลึกเทรนด์และความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณวางแผนการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. ศึกษาตลาดและมองหาความแตกต่าง หลังจากเข้าใจกลุ่มเป้าหมายแล้ว ขั้นตอนต่อไปของกลยุทธ์การเพิ่มยอดขาย คือ การศึกษาทิศทางตลาดและคู่แข่ง เพื่อค้นหาจุดแข็งและโอกาสของคุณ ถามตัวเองว่า: การสร้างความแตกต่างไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องราคาเสมอไป อาจเป็นคุณภาพที่เหนือกว่า การบริการที่โดดเด่น หรือมุมมองทางการตลาดที่แตกต่าง เช่น ธุรกิจเครื่องหอมบางแห่งสร้างความแตกต่างด้วยการทำ Personalized Blend ตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า แทนที่จะแข่งขันกันด้วยส่วนผสมออร์แกนิคเหมือนแบรนด์ทั่วไป นี่คือไอเดียการเพิ่มยอดขายที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์มากกว่าการลดราคา กลยุทธ์การเพิ่มยอดขายแบบสมัยใหม่ 3. สร้างคอนเทนต์ที่มีคุณค่าและตรงใจกลุ่มเป้าหมาย Content Marketing เป็นเทคนิคการเพิ่มยอดขายที่ทรงพลังในการดึงดูดลูกค้าและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ แทนที่จะบอกว่าธุรกิจของคุณดีอย่างไร ให้เน้นการสื่อสารว่าสินค้าและบริการของคุณสามารถแก้ปัญหาหรือตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างไร ซึ่งจะนำไปสู่การที่ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ รูปแบบของคอนเทนต์ที่มีประสิทธิภาพสำหรับวิธีกระตุ้นยอดขายเซลล์: สิ่งสำคัญคือคอนเทนต์ต้องเหมาะกับแต่ละแพลตฟอร์ม เช่น โซเชียลมีเดียอาจเน้นภาพและวิดีโอสั้น ๆ ที่ดึงดูดความสนใจ ในขณะที่บล็อกบนเว็บไซต์อาจมีเนื้อหาเชิงลึกที่ให้คุณค่ามากกว่า การวางแผนการขายผ่านคอนเทนต์จึงต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับช่องทางการนำเสนอด้วย 4. ใช้โซเชียลมีเดียอย่างเต็มประสิทธิภาพ โซเชียลมีเดียเป็นหนึ่งในเทคนิคการเพิ่มยอดขายที่ทรงพลังที่สุดในยุคดิจิทัล ไม่ใช่แค่ช่องทางสำหรับโพสต์ขายของ แต่เป็นเครื่องมือสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า หากคุณต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานโซเชียลมีเดียของคุณ บริการดูแลและจัดการการตลาดบน Facebook และ TikTok อาจเป็นทางเลือกที่ดี เลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายของคุณ เช่น: เคล็ดลับกลยุทธ์การค้าบนโซเชียลมีเดียให้ได้ผล: เมื่อทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ การขายมีอะไรบ้างที่คุณนำเสนอจะถูกสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด 5. ทำ Video Marketing และ Live Streaming วิดีโอเป็นรูปแบบเนื้อหาที่มีประสิทธิภาพสูงในกลยุทธ์เพิ่มยอดขาย โดยเฉพาะในยุคที่ความสนใจของผู้บริโภคมีระยะเวลาสั้นลง การใช้วิดีโอเป็นเทคนิคการเพิ่มยอดขายที่ช่วยให้ยอดขายเพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ แพลตฟอร์มอย่าง YouTube กำลังเป็นช่องทางที่ทรงพลังสำหรับการทำการตลาดวิดีโอ หากคุณต้องการเริ่มต้นหรือพัฒนาช่อง YouTube ให้ประสบความสำเร็จ การใช้ บริการดูแลช่อง YouTube จากมืออาชีพอาจช่วยให้คุณประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น Video Marketing ที่มีประสิทธิภาพสำหรับวิธีกระตุ้นยอดขายเซลล์: นอกจากนี้ Live Streaming ยังเป็นไอเดียการเพิ่มยอดขายที่ยอดเยี่ยมในการสร้างการมีส่วนร่วมแบบเรียลไทม์ การไลฟ์สดช่วยให้ลูกค้าเห็นสินค้าในมุมมองที่แตกต่าง สามารถถามคำถาม และได้รับคำตอบทันที เป็นกลยุทธ์การค้าที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและเร่งการตัดสินใจซื้อได้ 6. ทำ SEO และ SEM เพื่อเพิ่มการมองเห็นออนไลน์ การทำให้ธุรกิจของคุณถูกค้นพบบน Search Engine เป็นกลยุทธ์การเพิ่มยอดขายสำคัญในการเพิ่มยอดขายออนไลน์ เทคนิคการเพิ่มยอดขายนี้ผสมผสานระหว่าง: กลยุทธ์การค้าด้าน SEO ที่มีประสิทธิภาพในการวางแผนการขาย: การทำ SEO และ SEM อย่างมีประสิทธิภาพคือไอเดียการเพิ่มยอดขายที่ช่วยให้ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว กลยุทธ์เพิ่มยอดขายด้วยจิตวิทยาการขายที่ทรงประสิทธิภาพ 7. ตรึงราคาอย่างชาญฉลาด การกำหนดราคาไม่ใช่แค่เรื่องกำไรและต้นทุน แต่เป็นศาสตร์ที่ใช้หลักจิตวิทยาด้วย ซึ่งเป็นวิธีกระตุ้นยอดขายเซลล์ที่มีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น ร้านอาหารมักวางเมนูราคาแพงไว้บนสุด เพราะพฤติกรรมของคนเรามักยึดติดกับข้อมูลแรกที่เห็น เมื่อเห็นราคาสูงก่อน ราคาที่ถูกกว่าจะดูคุ้มค่ามากขึ้น ซึ่งเป็นไอเดียการเพิ่มยอดขายที่ใช้หลักการทางจิตวิทยา เทคนิคการเพิ่มยอดขายด้านการตั้งราคาที่มีประสิทธิภาพในการขายมีอะไรบ้าง: กลยุทธ์การค้าเหล่านี้ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องลดราคามากเกินไป 8. สร้างความเชื่อที่ฝังใจลูกค้า การสร้างความเชื่อที่เหมาะสมสามารถกระตุ้นการซื้อและเพิ่มความถี่ในการซื้อซ้ำได้ เช่น แนวคิดที่ว่า “แหวนแต่งงานควรมีราคา 3 เท่าของเงินเดือน” หรือ “ควรเปลี่ยนแปรงสีฟันทุก 3 เดือน” ธุรกิจสามารถสร้างความเชื่อที่เป็นประโยชน์ได้โดย: 9. ใช้หลักการของความกลัวการสูญเสีย (Loss Aversion) จิตวิทยาพบว่าคนเรากลัวการสูญเสียมากกว่าความดีใจเมื่อได้รับสิ่งใหม่ในมูลค่าที่เท่ากัน ธุรกิจสามารถใช้หลักการนี้เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้ เช่น แทนที่จะบอกว่า “ซื้อประกันแล้วดีอย่างไร” ลองเปลี่ยนเป็น “หากไม่มีประกัน คุณจะเสี่ยงกับอะไรบ้าง” วิธีการนำ Loss Aversion มาใช้: 10. สร้างความผูกพันทีละน้อย (Commitment and

Read More »
12 กลยุทธ์การตลาดที่น่าสนใจ มีอะไรบ้าง ช่วยมัดใจลูกค้าได้

12 กลยุทธ์การตลาดที่น่าสนใจ มีอะไรบ้าง ช่วยมัดใจลูกค้าได้

กลยุทธ์การตลาดที่น่าสนใจ ถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความสำเร็จให้กับธุรกิจและแบรนด์ในยุคดิจิทัล เพราะเป็นการวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่จะทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย สร้างความสนใจ และมัดใจให้เกิดการตัดสินใจซื้อ Yudniw Marketing เป็นบริษัท Creative Agency และ Brand Consultant ที่มีความเชี่ยวชาญในการวางแผน กลยุทธ์การตลาดในปัจจุบัน หากคุณกำลังมองหา กลยุทธ์ด้านการตลาด ใหม่ ๆ ที่จะช่วยผลักดันธุรกิจและแบรนด์ในโลกออนไลน์ และสนใจปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ คุณสามารถติดต่อ Yudniw Marketing ได้แล้ววันนี้ กลยุทธ์การตลาด คืออะไร? กลยุทธ์การตลาด (Marketing Strategy) หมายถึง แผนระดับสูงหรือแนวทางโดยรวมที่องค์กรใช้เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ทางการตลาดและเป้าหมายธุรกิจ กลยุทธ์การตลาด เกี่ยวข้องกับการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย การวางตำแหน่งแบรนด์ การสื่อสารคุณค่าที่แตกต่าง รวมถึงการจัดสรรทรัพยากรและงบประมาณให้กับกิจกรรมทางการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับลูกค้า ตลาด และจุดแข็งของแบรนด์ เพื่อพัฒนา กลยุทธ์ด้านการตลาด ที่เหมาะสมและมีศักยภาพ ทำไมต้องให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การตลาด? ในโลกธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน การมีกลยุทธ์การตลาดที่ชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ การวางแผนกลยุทธ์การตลาดที่ดีจะช่วยให้: หากปราศจาก กลยุทธ์การตลาด ที่ชัดเจน ธุรกิจจะเสี่ยงต่อการสูญเสียโอกาสในตลาด ใช้จ่ายงบประมาณไปโดยไร้ประสิทธิภาพ และไม่สามารถสร้างการเติบโตในระยะยาวได้ ดังนั้น การกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาดจึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในธุรกิจยุคปัจจุบัน 12 กลยุทธ์การตลาด ที่น่าสนใจ มีอะไรบ้าง? ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจสูงขึ้นเรื่อย ๆ แบรนด์ต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ทางการตลาดที่โดดเด่นและแตกต่าง เพื่อสร้างการรับรู้ ดึงดูดความสนใจ และเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจ ซึ่งกลยุทธ์การตลาดในปัจจุบันมีอยู่หลากหลายรูปแบบ ทั้งที่เป็นแบบดั้งเดิมและแบบทันสมัย ที่สำคัญคือต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับบริบทของธุรกิจและพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย 1. กลยุทธ์การตลาดแบบลองฟรีก่อนจ่ายทีหลัง กลยุทธ์นี้เป็นการเสนอให้ลูกค้าได้ทดลองใช้สินค้าหรือบริการก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ เช่น การให้ทดลองใช้ซอฟต์แวร์ฟรีเป็นระยะเวลาจำกัด การแจกของชิมฟรีตามห้างสรรพสินค้า เป็นต้น โดยเป็นการให้ลูกค้าเห็นคุณค่าจริง ๆ ของสินค้าหรือบริการก่อน ซึ่งเมื่อพวกเขาประทับใจก็จะนำไปสู่การซื้อในที่สุด 2. กลยุทธ์แบบขาดแคลน (Scarcity Strategy) กลยุทธ์การตลาด Marketing Strategy คือ กลยุทธ์แบบขาดแคลนเป็นการสร้างการรับรู้ว่าสินค้ามีจำนวนจำกัดและอาจจะหมดได้ในไม่ช้า เช่น การระบุว่าสินค้าเป็นรุ่นลิมิเต็ด การมีข้อเสนอพิเศษในช่วงเวลาสั้น ๆ เป็นต้น ซึ่งจะกระตุ้นให้ลูกค้ารู้สึกว่าจะพลาดโอกาสหากไม่ซื้อตอนนี้ ทำให้เกิดการตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้น 3. กลยุทธ์การตลาดแบบ 8 ด้าน (8P Marketing) กลยุทธ์การตลาด 8P เป็นการพัฒนาต่อยอดจากส่วนผสมทางการตลาด 4P เดิม โดยประกอบด้วย Product (ผลิตภัณฑ์), Price (ราคา), Place (ช่องทางการจัดจำหน่าย), Promotion (การส่งเสริมการขาย), People (บุคลากร), Process (กระบวนการ), Physical Evidence (การนำเสนอทางกายภาพ) และ Productivity and Quality (ประสิทธิภาพและคุณภาพ) ซึ่งทั้ง 8 ปัจจัยนี้ควรทำงานร่วมกันเป็นแผนที่ผสมผสานอย่างดีเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการตลาด 4. กลยุทธ์การตลาดเสนอขายสินค้าหรือบริการเดิม (Upsell) Upsell คือ การพยายามขายสินค้าหรือบริการเพิ่มเติมให้กับลูกค้าที่ซื้ออยู่แล้ว เช่น การเสนอเมนูไซส์ใหญ่ขึ้น การแนะนำแพ็กเกจอัปเกรดเมื่อซื้อสินค้าหลัก เป็นวิธีที่เพิ่มมูลค่าต่อลูกค้าและเพิ่มยอดขายได้มากขึ้นจากฐานลูกค้าเดิม 5. กลยุทธ์ทำการตลาดผ่านเครื่องมือค้นหา (Search Engine Marketing) Search Engine Marketing เป็นการทำการตลาดออนไลน์ผ่านการปรากฎบนหน้าแรกของ Search Engine อย่าง Google ซึ่งสามารถทำได้ทั้งแบบ Organic ด้วยการปรับปรุงเว็บไซต์ให้เป็นมิตรกับ Search Engine (SEO) และแบบจ่ายเงินต่อคลิกโฆษณา (PPC) ซึ่งช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังค้นหาสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้อง และสร้างการเข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก 6. กลยุทธ์การตลาดแบบกองโจร (Guerrilla Marketing) Guerrilla Marketing เป็นกลยุทธ์การตลาดที่เน้นความคิดสร้างสรรค์และความแปลกใหม่ในการสื่อสารกับผู้บริโภค เพื่อสร้างการรับรู้และความประทับใจที่ไม่คาดคิด โดยมักใช้งบประมาณน้อยแต่ใช้ความกล้าและความฉลาดในการดำเนินกลยุทธ์แทน เช่น การทำสื่อ ambient ตามที่สาธารณะ การทำ flash mob การทำ PR Stunt ที่สร้างกระแส เป็นต้น วิธีนี้ทำให้แบรนด์สร้างการรับรู้และภาพลักษณ์ที่โดดเด่นได้อย่างรวดเร็ว 7. กลยุทธ์การตลาดแบบร่วมมือกันระหว่างแบรนด์หรือบุคคล (Collaboration Marketing) Collaboration Marketing เป็นการจับมือกับแบรนด์อื่นๆ หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงเพื่อสร้างแคมเปญการตลาดร่วมกัน การผสานแบรนด์เข้าด้วยกันจะช่วยเพิ่มการรับรู้และขยายฐานลูกค้าเดิมไปสู่กลุ่มใหม่ ๆ โดยใช้จุดแข็งของแต่ละแบรนด์ในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ เช่น

Read More »
TikTokers คืออะไร ทำเงินได้ไหม ใครสามารถเป็นได้บ้าง?

TikTokers คืออะไร ทำเงินได้ไหม ใครสามารถเป็นได้บ้าง?

“TikTokers คือ” ผู้สร้างสรรค์เนื้อหาและแชร์วิดีโอสั้น ๆ บนแพลตฟอร์ม TikTok ที่กำลังโด่งดังเป็นอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ TikToker บางคนก้าวสู่การเป็นเน็ตไอดอลและสามารถสร้างรายได้จากการร่วมงานกับแบรนด์หรือการโปรโมทสินค้า หากคุณสนใจอยากเป็นติ๊กต๊อกเกอร์ แต่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ลองมาทำความรู้จักกับสายอาชีพนี้พร้อมคำแนะนำจาก Yudniw Marketing TikTokers คือใคร? TikTokers คือ ผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน TikTok ที่สร้างคอนเทนต์วิดีโอสั้น ๆ ความยาวตั้งแต่ 15-60 วินาที และดึงดูดผู้ติดตามจำนวนมาก ติ๊กต๊อกเกอร์จึงเปรียบเสมือน influencer บนโลกออนไลน์ ที่มีทั้งระดับมือสมัครเล่นที่สร้างเนื้อหาเพื่อความสนุกสนาน และระดับมืออาชีพที่มีอิทธิพลมากพอจะสร้างพันธมิตรทางการตลาดกับแบรนด์ต่าง ๆ หรือสร้างรายได้จากยอดวิวและผู้ติดตาม เทคนิคการทำคอนเทนต์บนติ๊กต๊อก ของ TikToker ไอเดียการทำคอนเทนต์บนติ๊กต๊อกให้ติดเทรนด์มีหลากหลายวิธี เช่น: Community Guidelines (หลักเกณฑ์สำหรับชุมชน) TikTok มีกฎระเบียบในการสร้างคอนเทนต์ เพื่อให้ชุมชนบนแพลตฟอร์มนี้ เป็นพื้นที่ปลอดภัยและเป็นมิตรสำหรับทุกคน ซึ่งหมายถึงคอนเทนต์ที่สนุกสนาน สร้างสรรค์ ให้แรงบันดาลใจ และส่งเสริมความหลากหลายทางความคิด ในขณะเดียวกันก็จะไม่อนุญาตเนื้อหาที่มีความรุนแรง เกี่ยวข้องกับยาเสพติด อาวุธ การพนัน หรือสิ่งผิดกฎหมาย เป็นต้น อยากเป็น TikToker ต้องทำอย่างไร หากอยากเป็น TikToker มืออาชีพ ควรทำดังนี้: TikTokers ทำเงินได้ไหม? การเป็นติ๊กต๊อกเกอร์ คือ สามารถสร้างรายได้ได้หลายช่องทาง เช่น: ยอดรายได้ของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น จำนวนผู้ติดตาม อัตราการมีส่วนร่วม ความถี่ในการโพสต์ และอิทธิพลในการโน้มน้าวผู้บริโภค ติ๊กต๊อกเกอร์ที่มีชื่อเสียงสามารถสร้างรายได้หลักล้านบาทต่อเดือนเลยทีเดียว TikToker ใครสามารถเป็นได้บ้าง? ใครก็สามารถเป็น TikToker ได้ เพียงแค่มีสมาร์ตโฟน สร้างบัญชี TikTok และเริ่มอัปโหลดวิดีโอ ไม่ว่าคุณอยากสร้างคอนเทนต์เพื่อความสนุกเพลิดเพลินหรือต้องการสร้างรายได้จาก TikTok ก็สามารถทำได้ อย่างไรก็ตาม การจะเป็น TikToker ที่ประสบความสำเร็จนั้น ต้องมีความมุ่งมั่น สร้างสรรค์ รู้จักดึงดูดและรักษาฐานแฟนคลับ รวมทั้งปรับตัวให้ทันกับเทรนด์และกลยุทธ์ใหม่ ๆ บนแพลตฟอร์มที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หากสนใจบริการทำคอนเทนต์ปัง ๆ บนแพลตฟอร์ม TikTok สามารถใช้บริการ Yudniw ได้แล้ววันนี้! Yudniw Marketing เป็นบริษัทที่ให้บริการด้านการตลาดดิจิทัลแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนกลยุทธ์การตลาด การจัดการคอนเทนต์บนติ๊กต๊อก การตัดต่อคลิปวิดีโอทั้งแบบสั้นและแบบยาวด้วยมาตรฐานคุณภาพระดับมืออาชีพ หากคุณสนใจสร้างแบรนด์บน TikTok และอยากให้คอนเทนต์ของคุณโดดเด่น ปัง มียอดวิวทะลุล้าน Yudniw มีแพ็กเกจ ทำการตลาด Tiktok ได้เลย ทีมงานของเราพร้อมช่วยให้แอคเคาต์และคอนเทนต์ของคุณบน TikTok ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน! สรุป “Tiktokers คือ” กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่รังสรรค์คอนเทนต์วิดีโอสร้างสรรค์ผ่านช่องทาง TikTok ซึ่งกำลังมาแรงอย่างมากในยุคปัจจุบัน ใครก็สามารถเป็น TikToker ได้ เพียงเข้าใจลักษณะของแพลตฟอร์ม ศึกษาเทคนิคการสร้างคอนเทนต์ดี มีคุณภาพ ปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย และคิดค้นวิธีการสร้างรายได้ที่หลากหลาย หากต้องการความช่วยเหลือในการจัดการคอนเทนต์บน TikTok ให้โดนใจและปังสุดๆ สามารถใช้บริการของบริษัท Yudniw Marketing ได้ เราพร้อมดูแลแอคเคาต์ของคุณให้ประสบความสำเร็จในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและสร้างยอดไลก์ ติดตามเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล คำถามที่พบบ่อย TikToker หมายความว่าอะไร? TikTokers คือผู้ที่สร้างวิดีโอคอนเทนต์สั้น ๆ และแชร์บนแพลตฟอร์ม TikTok เพื่อความบันเทิง การให้ข้อมูล หรือการโปรโมตสินค้าและบริการต่าง ๆ อาชีพติ๊กต๊อกเกอร์ คืออะไร? อาชีพติ๊กต๊อกเกอร์ คือ การสร้างรายได้จากการเป็นครีเอเตอร์บน TikTok โดยอาจรับงานโฆษณา ขายของ หรือสร้าง engagement ให้ได้ผู้ติดตามจำนวนมาก จนสามารถหารายได้หลักจากแพลตฟอร์มนี้ ใครสามารถเป็น TikToker ได้บ้าง? ใครก็สามารถเป็น TikToker ได้ เพียงมีไอเดียคอนเทนต์ที่น่าสนใจ รู้จักใช้เครื่องมือต่าง ๆ บน TikTok เรียนรู้กลยุทธ์ในการเพิ่มยอดผู้ชมและผู้ติดตาม รวมถึงสร้างคอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอและมีคุณภาพ TikTokers ทำเงินได้ไหม? TikTokers สามารถสร้างรายได้จาก TikTok ได้หลายช่องทาง เช่น เข้าร่วมโปรแกรม Creator Fund, รับงานโฆษณาจากแบรนด์, ขายสินค้าผ่าน TikTok Shop,

Read More »
Content Marketing มีอะไรบ้าง ทำไมคอนเทนต์ถึงมีความสำคัญ?

Content Marketing มีอะไรบ้าง ทำไมคอนเทนต์ถึงมีความสำคัญ?

Content Marketing มีอะไรบ้าง ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ธุรกิจยุคใหม่ต้องให้ความสำคัญ เพราะการทำคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งนั้นเป็นสิ่งจำเป็นในการสร้างการรับรู้แบรนด์ ดึงดูดลูกค้าใหม่ และสร้างความผูกพันกับลูกค้าปัจจุบัน ซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตและความสำเร็จของธุรกิจในระยะยาว โดย Yudniw Marketing ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์พร้อมให้คำแนะนำและบริการด้านการทำ Content Marketing อย่างครบวงจร Content marketing คืออะไร? Content Marketing คือ กลยุทธ์การตลาดรูปแบบหนึ่งที่มุ่งเน้นการสร้างและเผยแพร่เนื้อหาที่มีคุณค่า เกี่ยวข้อง และสอดคล้อง เพื่อดึงดูดและรักษากลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน โดยมีเป้าหมายที่การสร้างการมีส่วนร่วมของลูกค้าและผลักดันการตัดสินใจซื้อในที่สุด คอนเทนต์ที่ใช้ในการทำ Content Marketing อาจอยู่ในรูปแบบของบทความ บล็อก วิดีโอ อินโฟกราฟิก พอดแคสต์ หรือรูปแบบอื่น ๆ ที่สามารถให้ข้อมูลและสร้างคุณค่าแก่ผู้บริโภค ทำไม Content Marketing จึงมีความสำคัญ Content Marketing มีความสำคัญต่อธุรกิจในหลายด้าน ได้แก่: ประเภทของ Content Marketing อะไรบ้าง Content Marketing มีหลายรูปแบบ โดยแต่ละรูปแบบจะมีจุดเด่น วิธีการใช้ และช่องทางการเผยแพร่ที่แตกต่างกันไป ซึ่งประเภทของคอนเทนต์การตลาดที่นิยมใช้กันได้แก่ 1. Social Media Content Marketing การทำการตลาดผ่านคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Instagram, Twitter, LinkedIn ซึ่งอาจอยู่ในรูปของรูปภาพ วิดีโอสั้น บทความ หรือโพสต์ที่น่าสนใจ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและปฏิสัมพันธ์กับผู้ติดตาม เหมาะสำหรับใช้สร้างการรับรู้ ขยายฐานลูกค้าใหม่ และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายจำนวนมาก 2. Online Content Marketing การทำคอนเทนต์บนเว็บไซต์หรือบล็อกของแบรนด์เอง โดยเน้นเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ เกี่ยวข้องกับสินค้า บริการ หรือความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ติดอันดับการค้นหาบน Google เพิ่มการเข้าชมเว็บไซต์ และดึงดูดลูกค้าเข้ามาในเว็บไซต์ของเรา เช่น การเขียนบทความ รีวิวสินค้า วิธีการใช้งาน คำแนะนำต่าง ๆ 3. Blog Content Marketing การเขียนบทความบนบล็อกเพื่อให้ความรู้ แบ่งปันประสบการณ์ หรืออัปเดตข่าวสารเกี่ยวกับอุตสาหกรรมนั้นๆ ซึ่งช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านนั้น นอกจากนี้หากเขียนบทความที่มีคีย์เวิร์ดสำคัญและเทคนิค SEO ที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มอันดับบนหน้าผลการค้นหาได้ด้วย 4. Video Content Marketing การทำคอนเทนต์ในรูปแบบวิดีโอผ่านช่องทาง Youtube หรือ TikTok เพื่อเล่าเรื่องราว สอนวิธีการใช้งาน รีวิวผลิตภัณฑ์ แนะนำเทคนิคต่างๆ ซึ่งดึงดูดความสนใจผู้ชมได้ดี สามารถสร้างการมีส่วนร่วมและการแชร์ต่อได้ง่าย เหมาะสำหรับอธิบายเนื้อหาที่มีรายละเอียดหรือต้องการสื่อสารอารมณ์ความรู้สึกและประสบการณ์ให้ผู้ชมจับภาพได้ชัดเจนมากขึ้น 5. Podcast Content Marketing การทำรายการพอดแคสต์เพื่อพูดคุยให้ความรู้ สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ วิเคราะห์ประเด็นต่างๆที่น่าสนใจ ผู้ฟังสามารถเปิดฟังได้ทุกที่ ทุกเวลา เช่น ระหว่างเดินทาง ทำงาน หรือทำกิจกรรมอื่น ช่วยเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ไม่มีเวลามานั่งอ่านบทความยาวๆ แต่ชอบฟังเนื้อหาไปด้วยได้ 6. Paid Ad Content Marketing การทำโฆษณาแบบเสียเงิน (Paid Ads) ที่ปรากฏบนโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ต่าง ๆ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเจาะจงได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ซึ่งสามารถปรับแต่งโฆษณาให้ตรงกับความสนใจของผู้ชม และมีตัววัดผลที่ชัดเจน ทำให้วัดผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ได้ชัดเจน 7. Infographic Content Marketing การนำเสนอข้อมูลเชิงลึก ข้อเท็จจริง ตัวเลขต่างๆ ในรูปแบบของอินโฟกราฟิกที่อ่านเข้าใจง่าย มีภาพและกราฟิกประกอบ เหมาะสำหรับข้อมูลเชิงวิชาการหรือเรื่องที่ค่อนข้างยากในการอธิบาย โดยอินโฟกราฟิกที่ดีจะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจและจับใจความได้อย่างรวดเร็ว การทำ Content Marketing มีขั้นตอนอย่างไร? ในการทำ Content Marketing ให้ได้ผลดีนั้น มีขั้นตอนดังนี้ กำหนดกลุ่มเป้าหมาย เริ่มต้นด้วยการระบุกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนว่าเป็นใคร เพศ วัย อาชีพ ความสนใจ พฤติกรรมการใช้ชีวิต และปัญหาที่กำลังเผชิญ เพื่อออกแบบคอนเทนต์ที่เหมาะสมกับพวกเขามากที่สุด เลือกรูปแบบเนื้อหาที่เหมาะสม พิจารณาว่ารูปแบบคอนเทนต์แบบใดที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายของเรา เช่น วิดีโอ บทความ รูปภาพ พอดแคสต์ อินโฟกราฟฟิก เป็นต้น และเนื้อหาควรจะตอบคำถาม แก้ปัญหา หรือความต้องการของลูกค้าอย่างไร นำเสนอเรื่องราวได้น่าสนใจและแปลกใหม่ เลือกรูปแบบการเผยแพร่เนื้อหา คิดว่าจะเผยแพร่คอนเทนต์ผ่านช่องทางใด เช่น เว็บไซต์ บล็อก โซเชียลมีเดีย

Read More »
แนะนำ 10 ทริกทำคอนเทนต์ปังๆ ใน TikTok อย่างไร ให้เป็นไวรัล

แนะนำ 10 ทริกทำคอนเทนต์ปังๆ ใน TikTok อย่างไร ให้เป็นไวรัล

คอนเทนต์ปังๆ ใน TikTok เป็นสิ่งที่หลายคนต้องการ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นทำอย่างไร วันนี้ Yudniw Marketing มีเทคนิคดีๆ ในการสร้างคอนเทนต์ปังๆ ใน TikTok มาแนะนำ เพื่อให้คอนเทนต์ของคุณเป็นไวรัล และเข้าถึงผู้ชมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราจะมาเผยเคล็ดลับการทำคอนเทนต์ที่ได้ผลบน TikTok กัน ทำ Content TikTok ดียังไง? การสร้างคอนเทนต์บน TikTok ที่มีประสิทธิภาพเริ่มต้นจากความเข้าใจแพลตฟอร์มและผู้ชม การสร้างคอนเทนต์ที่ดีต้องคำนึงถึงความสั้นกระชับ มีความคิดสร้างสรรค์ที่โดดเด่น และสามารถดึงดูดความสนใจผู้ชมภายในไม่กี่วินาทีแรก คอนเทนต์ที่ประสบความสำเร็จบน TikTok มักเป็นคอนเทนต์ที่สร้างความบันเทิง ให้ความรู้ หรือสร้างแรงบันดาลใจ และที่สำคัญต้องมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนี้ การติดตามเทรนด์ล่าสุด การใช้เพลงและเอฟเฟกต์ที่กำลังเป็นที่นิยม รวมถึงการโต้ตอบกับผู้ชมก็เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้คอนเทนต์ของคุณมีโอกาสเป็นไวรัลได้มากขึ้น 10 วิธีทำคอนเทนต์ปังๆ ใน TikTok ให้เป็นไวรัล ปัจจุบัน TikTok กลายเป็นแพลตฟอร์มที่ทรงพลังสำหรับการสร้างและแชร์คอนเทนต์ในยุคดิจิทัล ด้วยยอดผู้ใช้มหาศาลและอัลกอริทึมที่ช่วยให้คอนเทนต์สามารถเป็นไวรัลได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ทั้งครีเอเตอร์มือใหม่และแบรนด์ต่างๆ มีโอกาสสร้างการเข้าถึงระดับโลกได้ภายในเวลาอันสั้น เรามาดูวิธีทำให้คอนเทนต์ของคุณปังและกลายเป็นไวรัลกันดีกว่า 1. ความเป็นตัวเองและความจริงใจ คอนเทนต์ที่ดีควรสื่อถึงความจริงใจ แสดงตัวตนที่แท้จริง ไม่พยายามเสแสร้งหรือแต่งเรื่องมากเกินไป ผู้ชมจะรู้สึกเชื่อมต่อกับผู้สร้างคอนเทนต์ที่แสดงความเป็นธรรมชาติ แชร์เรื่องราวส่วนตัวบ้าง ไม่เน้นแต่ภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบ 2. เนื้อหาต้องความกระชับ และจับใจความง่าย คอนเทนต์ TikTok ที่ดีต้องสั้น กระชับ เข้าใจง่าย ใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 15-30 วินาที ควรใช้การตัดต่อที่รวดเร็ว เปลี่ยนฉากบ่อยๆ ใส่ข้อความบนหน้าจอเพื่อเน้นประเด็นสำคัญ เริ่มต้นด้วยฮุคที่น่าสนใจ และจบด้วย call-to-action ที่ชัดเจน 3. ใช้ AI กับ AR ในการสร้างคอนเทนต์ ทำคอนเทนต์ปังๆ ใน TikTok ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น ด้วยการใช้เทคโนโลยี AI และ AR มาช่วย เช่น ใช้ AI ในการตัดต่อวิดีโอ สร้าง virtual background ด้วย AI รวมถึงเสริมด้วย AR filter เฉพาะแบรนด์ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่และดึงดูด 4. ทำ E-Commerce บน TikTok ปัจจุบัน TikTok มี TikTok Shop ที่สามารถขายสินค้าบนแพลตฟอร์มได้โดยตรง การผสมผสานความสนุกของคอนเทนต์ TikTok เข้ากับการขายของ ด้วยการ Live ขายของ สาธิตใช้สินค้า พูดคุยตอบคำถามแบบ real-time และใช้ influencer ช่วยโปรโมต จะช่วยเพิ่มยอดขายได้เป็นอย่างดี 5. ทำคอนเทนต์แบบ Long-form นอกจากคลิปสั้นๆ แล้ว การทำคอนเทนต์ Tiktok แบบ Long-form ที่มีความยาวประมาณ 5-10 นาที ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน เหมาะสำหรับการอธิบายเรื่องราวที่มีรายละเอียด การสอน การรีวิวสินค้า ควรแบ่งเนื้อหาเป็นช่วงที่ชัดเจน ใส่ timestamps ในคำอธิบาย และใช้ภาพประกอบที่สวยงาม 6. เข้าใจความชอบในมุมผู้ชม พยายามทำความเข้าใจความชอบของผู้ชมในแต่ละกลุ่ม ศึกษาว่าพวกเขาชอบคอนเทนต์แบบไหน ชอบดูอะไร มีความสนใจเรื่องใดบ้าง เช่น บางกลุ่มชอบคอนเทนต์ความรู้ บางกลุ่มชอบคอนเทนต์แนวตลก แดนซ์ เฮฮา เป็นต้น รู้จักหากลุ่มผู้ชมและสไตล์การนำเสนอของตัวเองให้ได้ เพื่อสร้างคอนเทนต์ปังๆ ใน TikTok ที่โดนใจพวกเขาได้อย่างแท้จริง 7. ร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง การ Collaborate กับ Influencer หรือ TikToker ชื่อดัง สามารถช่วยให้คอนเทนต์ TikTok ของเราเป็นที่รู้จักมากขึ้น เข้าถึงกลุ่มผู้ชมใหม่ๆ สร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ ควรเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่มีความสอดคล้องกับแบรนด์ มีภาพลักษณ์ที่ดี ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ช่วยกันสร้างคอนเทนต์ที่ให้ประโยชน์กับทั้ง 2 ฝ่าย 8. สร้างการมีส่วนร่วมของผู้ชม อย่าลืมกระตุ้นให้ผู้ชมเข้ามามีส่วนร่วมกับคอนเทนต์ปังๆ ใน TikTok ของเรา ทั้งการถามความคิดเห็น การชวนแชร์ การชวน Duet คลิป การจัดกิจกรรมแจกของรางวัล

Read More »
Scroll to Top
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.