yudniwmarketing Admin

พลิกเบื้องหลังที่ไม่อยากจำ ให้กลายเป็นจุดแข็งของแบรนด์

พลิกเบื้องหลังที่ไม่อยากจำ ให้กลายเป็นจุดแข็งของแบรนด์ ที่ใครก็ลอกเลียนไม่ได้ ลูกค้ายุคนี้กำลังตามหา “ความจริงใจ”และ “ความเชื่อมโยงทางอารมณ์”นี่จึงทำให้แบรนด์ที่กล้านำเสนอความไม่เพอร์เฟกต์ระหว่างการเดินทาง จึงกลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้แบรนด์ดูน่าค้นหา น่าเอาใจช่วย และน่าติดตาม ”เบื้องหลังการทำงาน” จึงกลายเป็นไม้เด็ด ที่ช่วยมัดใจคนให้ติดตาม และอยากจะกลายเป็นลูกค้าด้วยอารมณ์ร่วมผ่านเรื่องราว  ทำให้รู้สึกว่าได้เป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์จนอยากสนับสนุน การเปิดเผยเบื้องหลังที่ล้มเหลว ไม่ใช่เรื่องน่าอาย เพราะนั่นเป็นการบอกว่า “กว่าจะมีวันนี้ แบรนด์ผ่านอะไรมาบ้าง”นี่เป็นกลยุทธที่แม้แต่แบรนด์ใหญ่ ๆ อย่างDomino Pizza และ Burger Kingใช้แล้วได้ผล จนครองใจลูกค้าเป็นเจ้าตลาดจนวันนี้ อย่ากลัวที่จะหยิบยกเรื่องราวเบื้องหลังมาเล่า เพราะนี่คือเครื่องมือทรงพลังที่เอามาใช้เป็นวัตถุดิบชั้นยอดสำหรับ Brand Story Telling ที่แข็งแกร่งที่สุดที่ใครก็ไม่สามารถเลียนแบบแบรนด์ของคุณได้

พลิกเบื้องหลังที่ไม่อยากจำ ให้กลายเป็นจุดแข็งของแบรนด์ Read More »

เมื่ออายุกลายเป็นหลุมพรางทำให้แบรนด์พลาดโอกาสในการขาย

ฉีกตำราการตลาดเดิม! เมื่อ ‘อายุ’ ไม่ใช่ตัวกำหนดแต่ ‘ความอิน’ คือตัวตัดสินว่าใครจะซื้อแบรนด์คุณ ”ทุกวันนี้โลกมันเปลี่ยนไปมากแล้ว” คนอายุ 40 อาจอินคอนเทนต์เดียวกับเด็กมหาลัยคนวัย 20 บางคนก็ซื้อของเหมือนคนทำงานมานานแล้วเพราะสิ่งที่ทำให้เกิดการตัดสินใจซื้อ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุเสมอไปแต่อยู่ที่ว่าแบรนด์นั้น “ตรงกับความรู้สึก” ของเขาหรือเปล่า ยุคนี้คนซื้อเพราะความอินมากกว่า demographic แบรนด์ที่โตเร็ว ไม่ได้โฟกัสในเรื่องอายุอย่างเดียวเท่านั้นแต่เปลี่ยนโฟกัสมาที่ “ความรู้สึกบางอย่างร่วมกัน”และพาแบรนด์ให้กลายเป็นพวกเดียวกันกับกลุ่มลูกค้าของคุณ ความอินนั้นไม่ได้จำกัดเพียงแค่ ความชอบและความหลงใหล เท่านั้น แต่ยังหมายถึง pain-point อีกด้วยการที่แบรนด์บอกได้ว่า “เราเข้าใจปัญหานี้ และเราช่วยแก้ปัญหาได้”นี่ก็จะเป็นการช่วยเปิดใจให้กับลูกค้า ให้พร้อมตัดสินใจ “ซื้อ” อายุบอกแค่ว่าลูกค้าเกิดเมื่อไหร่ แต่ Passion และ Pain-point บอกได้ว่า”ลูกค้าจะควักเงินซื้อเมื่อไหร่และซื้อทำไม”

เมื่ออายุกลายเป็นหลุมพรางทำให้แบรนด์พลาดโอกาสในการขาย Read More »

Shoppertainment ทางรอดของแบรนด์ในยุค TikTok กำลังครองตลาด

เพราะลูกค้าไม่ชอบยัดเยียดขาย Shoppertainmentทางรอดของแบรนด์ในยุค TikTok กำลังครองตลาด ลูกค้าไม่ได้ซื้อสินค้าเพราะฟังก์ชันอย่างเดียว แต่ซื้อเพราะ “คุณค่าทางอารมณ์”นี่จึงทำให้การขายเดินทางเข้าสู่ยุคของ “Shoppertainment” คือ การขายสินค้าผ่านคอนเทนต์ โดยให้ความบันเทิงนำไปสู่การตัดสินใจกดสั่งซื้อสินค้าแบบไร้รอยต่อด้วยการ ดูคอนเทนต์ > ชอบและอยากได้ > กดสั่งซื้อผ่านตะกร้าบนคลิป เปิดทริก 3 ข้อ ที่จะช่วยทำให้แบรนด์ทำคอนเทนต์ ให้เหมาะกับ “Shoppertainment” ได้ง่ายขึ้น ป้ายยาคนดู แบบเพื่อนแนะนำเพื่อนอย่างจริงใจ ใช้สูตร 80/20 คือ ให้ความสุขผ่านคอนเทนต์ 80% และเน้นการขาย 20% แทรก CTA แบบเนียน ๆ ด้วยการบอกให้กดตะกร้าแล้วซื้อผ่านคลิปได้เลย ใครที่ปรับตัวเข้ากับ Shoppertainment ได้ก่อน ก็จะมีโอกาสนั่งในใจลูกค้า และสร้างยอดขายได้มากกว่าเดิมโดยที่ลูกค้าไม่รู้สึกถูกยัดเยียด แต่ยังมีความสุขกับการชอปปิ้ง

Shoppertainment ทางรอดของแบรนด์ในยุค TikTok กำลังครองตลาด Read More »

ร้านอร่อยแต่ถ่ายรูปไม่เก่งก็คิวแน่นได้ ด้วยกลยุทธ์เน้นความเรียล

ร้านอร่อยแต่ถ่ายรูปไม่เก่งก็คิวแน่นได้ ด้วยกลยุทธ์เน้นความเรียล คนทั่วไปมักคิดว่าร้านอาหารที่ขายดีต้องเป็นร้านที่ ถ่ายรูปสวย ร้านต้องมู้ดดี แสงดี จัดจานเป๊ะ ดูแพงแต่จริง ๆ แล้วหลายร้านที่คนต่อคิวเยอะมาก”กลับไม่ได้มีคอนเทนต์ที่เพอร์เฟกต์เลย” เพราะหัวใจการนำเสนอก็คือ “ความเรียล” เพื่อให้ลูกค้าได้รู้ว่า เมื่อเขาสั่งไปแล้ว เขาจะได้อาหารหน้าตาแบบไหนและบรรยากาศในร้านแท้จริงแล้วเป็นอย่างไร การถ่ายภาพมุมไม่เป๊ะ แต่อาหารชัด เห็นบรรยากาศในร้าน การถ่ายคลิปที่พ่อครัวหรือแม่ครัวกำลังผัดอาหาร เสียงทัพพีกระทบกระทะดัง เห็นลูกค้านั่งเต็มร้านก็กลายเป็นคอนเทนต์หยุดนิ้วได้ไม่รู้ตัว เพราะนี่คือสิ่งที่ลูกค้าหลาย ๆ คนกำลังมองหานั่นเอง เพราะความเรียลนั้นเป็นหนึ่งจุดแข็งที่ ”ร้านไหนก็เลียนแบบคุณไม่ได้”สิ่งที่นำเสนอนั้นเป็นความจริงของร้าน ที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจง่ายขึ้นที่จะเลือกมาลองทานอาหารที่ร้าน ด้วยความรู้สึกผูกพันและคุ้นเคยโดยไม่รู้ตัว แม้ว่าจะถ่ายรูปไม่เก่ง แต่ถ้าทำให้คนดูหิว ทำให้รู้สึกอยากไปลอง ก็จะเป็นการเปิดโอกาสกลายเป็นร้านที่คิวแน่นได้เหมือนกันเพราะทุกวันนี้คนไม่ได้อยากหาร้านที่ดูดีเสมอไปแต่กำลังหาร้านที่ “จริงใจ” มากกว่า

ร้านอร่อยแต่ถ่ายรูปไม่เก่งก็คิวแน่นได้ ด้วยกลยุทธ์เน้นความเรียล Read More »

อาหารอร่อยอย่างเดียวอาจไม่พอในยุคนี้ เพราะลูกค้าต้อง “รู้จัก” ร้านก่อน

กลยุทธ์สำหรับร้านอาหาร ทางรอดของร้านโลคอลที่ไม่เก่งพรีเซนต์ร้านของตัวเอง ต้องเริ่มจากอะไร ? ร้านอาหารโลคอลบางร้านเรื่องรสชาติแทบไม่ต่างกับร้านดังๆเลย แต่ในเรื่องของการสื่อสารอาจยังสื่อไปไม่ถึงผู้บริโภคได้วงกว้างเพราะไม่รู้ว่าจะต้องสื่อสารอย่างไรให้คนเข้ามาลองชิม จริง ๆ แล้ว การสื่อสารที่ง่ายที่สุดนั้นอาจเริ่มต้นจาก เมนูหรือสูตรอาหารเฉพาะ วัตถุดิบท้องถิ่น ความใส่ใจในการทำอาหาร เรื่องราวของเจ้าของร้าน แต่การเป็นร้านอาหาร สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ คือ ”เมนูขายดี” ที่เด่นจนกลายเป็น HEROที่จะกลายเป็นพระเอกให้คนได้จดจำ เริ่มนำเสนอร้านของคุณได้ง่ายๆด้วยภาพถ่ายจากโทรศัพท์มือถือของคุณ เพียงแค่ต้องถ่ายให้ชัด ในแสงที่สว่างมากพอไม่ต้องเน้นว่าจะต้องเพอร์เฟกต์ หรือ ต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพงเพราะสิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือ “การลงมือทำ” นั่นเอง อีกเครื่องมือที่ทรงพลัง ก็คือ “รีวิวจากลูกค้า” แม้ว่าเจ้าของร้านจะพูดไม่เก่ง แต่เราขอความร่วมมือจากลูกค้าได้เพราะเสียงที่ดังที่สุด คือ เสียงของลูกค้าจริงแค่ขอให้ลูกค้าช่วยรีวิวให้ หรือ อาจจะจูงใจด้วยการให้ส่วนลดกับลูกค้าที่ช่วยรีวิวนี่ก็จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยทำให้การนำเสนอร้านแข็งแกร่งขึ้น เพราะยุคนี้ การแข่งขันด้านราคาอย่างเดียวไม่ใช่ทางรอด แต่การเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ค้นพบเพื่อให้เราได้กลายเป็นร้านที่ไปนั่งในใจของลูกค้าได้จะเป็นทางออกที่ช่วยให้ร้านโลคอลอยู่รอด และ ไปต่อได้ท่ามกลางสงครามราคา และ สงครามร้านค้าเชนใหญ่ แล้วมาเริ่มนำเสนอร้านของคุณได้แล้วตั้งแต่วันนี้ เพราะเสน่ห์ของร้านโลคอล ที่มีความไม่เพอร์เฟคนี่แหละคือจุดแข็ง ที่ทำให้ผู้คนยังเสาะหาความอร่อยแบบนี้อยู่เสมอ

อาหารอร่อยอย่างเดียวอาจไม่พอในยุคนี้ เพราะลูกค้าต้อง “รู้จัก” ร้านก่อน Read More »

เปลี่ยน Negative Feedback ให้กลายเป็นทางรอดของแบรนด์

Feedback = Reality รีวิวลบเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ในยุคที่ลูกค้าทุกคนมีเสียง การเลือกรับมือกับฟีดแบคทางลบคือการวัด “กึ๋น” ของแบรนด์ เมื่อเจอ Negative Feedback สิ่งแรกต้องทำคือ ”แบรนด์หรือสินค้าเป็นแบบนั้นจริงมั้ย?”✔ ถ้าจริง หาทางรับมือและแก้ไขสิ่งที่พลาดไป✘ ถ้าไม่จริง หาแง่มุมเพื่อบอกเล่าถึงความจริงแบบไม่เบลมคนว่า เปลี่ยนคำ “ด่า” มาเป็นแคมเปญการตลาด เพื่อยืนยันว่า แบรนด์รับฟัง และ ได้มีการปรับปรุงแล้ว การใช้ความครีเอทีฟหรือความสร้างสรรค์ จะช่วยเปิดการมองเห็นของแบรนด์มากขึ้น สิ่งที่ไม่ควรทำที่สุด คือ การโต้ Negative ด้วยความ Negative เพราะแบรนด์ที่ยอมรับความจริงมักจะได้รับโอกาสที่สองจากลูกค้า มากกว่าแบรนด์ที่ตอบกลับด้วยความเฟียส ทางเลือกในการรับมือกับรีวิว 1 ดาว และ คอมเมนต์ลบ ๆ ✔ การขอโทษ ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยคุมความเสียหาย✔ การแก้ไข ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ควรทำ✔ การตอบโต้ด้วยความสร้างสรรค์ ก็เป็นสิ่งที่ควรพิจารณาเพราะสุดท้ายแล้ว…ทุกอย่างนั้นจะต้องประเมินตามกระแสและอารมณ์ร่วมของผู้คน หากนำเสนอ “ผิด”  ผลที่ได้อาจกระทบต่อแบรนด์จนแย่กว่าเดิม

เปลี่ยน Negative Feedback ให้กลายเป็นทางรอดของแบรนด์ Read More »

Pitch เก่ง ไม่ใช่พูดเก่ง แต่คือ “เล่าเรื่องเป็น”

5 เทคนิคปิดดีล แบบ B2B สุดปัง ในยุคที่ AI กำลังมาแรง นี่คือสิ่งที่ Hook ให้ลูกค้าสนใจเรา หา Pain Point ของลูกค้าให้เจอ รู้จักเทคนิค Push & Pull นำเสนอและรับฟังในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ สื่อสารให้เข้าใจว่า ลูกค้าจะได้อะไรจากเรา ข้อสำคัญก็คือ เราต้องรู้จุดแข็งของตัวเอง และนำจุดนั้นมาเสนอให้เห็นเรื่องความต่าง ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า…ต้องเป็นเราเท่านั้นที่จะช่วยให้ลูกค้าที่เป้าหมาย แล้วอย่าลืมสร้าง “ความประทับใจ” ด้วยการ “สร้างสัมพันธ์” เพื่อเข้าไปนั่งในใจของลูกค้า เพราะความประทับใจจะกลายเป็นสิ่งที่ “มัดใจ” ลูกค้า แล้วลูกค้าจะกลายเป็น “กระบอกเสียง” ที่ทำให้ฐานของลูกค้าขยายได้มากขึ้น และเป็นฐานที่มั่นคงอีกด้วย

Pitch เก่ง ไม่ใช่พูดเก่ง แต่คือ “เล่าเรื่องเป็น” Read More »

Job Delegation คีย์เวิร์ดสำคัญ ที่ช่วยให้เจ้าของกิจการการจัดการงานดีขึ้น

เพราะการ “แบก” ทุกอย่างที่ตัวคนเดียว ไม่ใช่ทางออก งานล้น งานเยอะ แก้ได้ด้วยการลำดับความสำคัญ และต้องแยกประเภทของงานให้ออกงานแบบไหน…ที่ต้องทำเองงานแบบไหน…ที่เป็นงานรูทีน ให้คนอื่นช่วยได้ งานสำคัญที่ต้องตัดสินใจ มักต้องการเวลาในการคิด หากใช้เวลากับงานรูทีนมากเกินไป เวลาที่ควรใช้ในการคิดและตัดสินใจจะน้อยลงไปอาจส่งผลต่อการตัดสินใจ และ ผลลัพธ์ที่อาจได้รับได้ Job Delegation คือ หัวใจในการทำให้งานเดินไปข้างหน้า สิ่งที่เจ้าของกิจการควรทำ คือ• เลือกจ่ายงานให้กับผู้ที่เหมาะสม• กำหนดขอบเขตงานและกรอบการทำงานให้ชัดเจน• ติดตามผลเมื่อครบกำหนดเวลานี่จะทำให้เจ้าของกิจการสามารถบริหางานที่เยอะจนล้นให้เสร็จตามเวลา เจ้าของกิจการที่การแบกทุกอย่างไว้กับตัว ไม่รู้จักการทำ Job Delegation หรือการแจกจ่ายงาน จะยิ่งทำให้กิจการเติบโตช้า ด้วยงานที่เยอะจนล้น เพราะไม่มีเวลาตัดสินใจเรื่องสำคัญนั่นเองถ้าอยากโต ต้องหัดไว้ใจทีม เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายได้ไวขึ้น

Job Delegation คีย์เวิร์ดสำคัญ ที่ช่วยให้เจ้าของกิจการการจัดการงานดีขึ้น Read More »

ไม่ใช่ยุคของ “ใครถูกกว่า” แต่เป็นยุคของ “ใครน่าเชื่อใจกว่า”

เพราะราคาไม่ใช่คำตอบสุดท้าย นี่คือเรื่องที่นักการตลาดต้องเรียนรู้ อัพเดตจาก Thailand Digital Playbook 2026 1. ลูกค้าไม่ได้ “ไม่กล้าซื้อ” แต่เขา “ไม่อยากพลาด” ก่อนตัดสินใจ เขาจะคิดเสมอว่า • เชื่อได้ไหม• เสี่ยงหรือเปล่า• ซื้อไปแล้วจะเสียใจไหมสิ่งที่แบรนด์ต้องทำ คือทำให้เขารู้สึก “ปลอดภัย” ในการเลือก 2. อย่าแบ่งลูกค้าแค่ “อายุ” แต่ให้มองลึกถึง “Pain Point” คนที่อายุเท่ากัน อาจไม่ได้ต้องการสิ่งเดียวกันเสมอไป แต่คนที่มีปัญหาคล้ายกันมักตัดสินใจเหมือนกันดังนั้นแบรนด์ต้องแบ่งกลุ่มลูกค้าจากปัญหา ไม่ใช่อายุ 3. ความสุขยังขายได้ แต่ต้อง “สมเหตุสมผล” ไม่จำเป็นต้องหรูหรือแพง แต่ต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าชีวิตดีขึ้นจริง และคุ้มค่าที่จะจ่าย 4. ในโลกที่ของปลอมเยอะ “ความน่าเชื่อถือ” สำคัญมาก ลูกค้ากลัวโดนหลอกมากกว่าพลาดโปรดี ๆ Trust จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ลูกค้าอยากได้ Personalization แต่ไม่อยากโดน “ล้ำเส้น” การได้รับบริการที่เหมาะกับตัวเองคือสิ่งที่ลูกค้าต้องการแต่การถูกติดตามและเก็บข้อมูลมากเกินไปคือสิ่งที่ลูกค้ากังวล 6. AI จะเก่งขึ้นเรื่อย ๆ

ไม่ใช่ยุคของ “ใครถูกกว่า” แต่เป็นยุคของ “ใครน่าเชื่อใจกว่า” Read More »

สุขนิยม Happiness Marketing เทรนด์ใหม่พิชิตใจลูกค้า

เปลี่ยนความสุข กลายเป็นยอดขายได้ ด้วยกลยุทธ์ HAPPINESS MARKETIMG เพราะเดี๋ยวนี้สังคมกำลังตึงเครียด หนึ่งในทางแก้เครียด จึงเป็นการ “ใช้เงิน” เพื่อซื้อความสุข โจทย์ที่นักการตลาดควรตั้งคำถามจึงเป็น ”ทำยังไงที่จะทำให้สินค้าหรือบริการของแบรนด์กลายเป็น ความสุข ของลูกค้าตั้งแต่ที่ได้ซื้อแล้ว” การที่จะกลายเป็นความสุขของลูกค้าได้ ต้องเริ่มจากการคิดแบบ Outside-In เพื่อจับใจลูกค้า ด้วยการ “เข้าใจ” ว่าลูกค้าต้องการมีเราไปช่วยอะไรเพียงเท่านี้ แบรนด์ก็จะเข้าไปนั่งในใจของลูกค้าได้แล้ว

สุขนิยม Happiness Marketing เทรนด์ใหม่พิชิตใจลูกค้า Read More »

AI คือ แว่นขยาย ทำให้เราเห็นความต้องการของลูกค้ามากขึ้น

เพิ่มแต้มต่อให้ธุรกิจ เข้าหาลูกค้าได้มากขึ้น ด้วย AI AI ช่วย “อ่านพฤติกรรมลูกค้า” • รู้ว่าเขาดูอะไร• กดอะไรบ่อย• มีแนวโน้มซื้อเมื่อไหร่ช่วยให้วางกลยุทธ์ได้แม่นยำขึ้น AI วิเคราะห์ “Engagement” ได้ลึกขึ้น • คอนเทนต์ไหนที่คนหยุดดู• key point อะไรที่ทำให้คนกดไลก์ / คอมเมนต์• เวลาไหนคน Activeช่วยให้เราทำคอนเทนต์ได้ตรงใจกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น AI ช่วยออกแบบ Customer Journey • เปลี่ยนจากคนแปลกหน้า → ลูกค้า• เปลี่ยนจากลูกค้า → ลูกค้าประจำรวมถึงช่วยให้เราสื่อสารคอนเทนต์ของเราได้ “ถูกเวลา” ที่ลูกค้า Active AI ไม่ได้แทนที่เรา แต่ช่วยให้เรา “เข้าใจลูกค้าได้ลึกกว่าเดิม” คนที่ใช้ AI เป็น = ได้เปรียบในเกมธุรกิจ

AI คือ แว่นขยาย ทำให้เราเห็นความต้องการของลูกค้ามากขึ้น Read More »

Mascot เปลี่ยนแบรนด์ให้มีชีวิต

Mascot เปลี่ยนแบรนด์ให้มีชีวิต ให้แบรนด์จับต้องได้ง่าย ๆ ผ่านความสดใส น่ารัก มาสคอตสร้างภาพจำให้แบรนด์ • มาสคอต = ตัวแทนของแบรนด์• ช่วยให้แบรนด์มีบุคลิกชัดขึ้น• ทำให้คน “จำได้” มากกว่าแค่โลโก้คาแรกเตอร์ที่ดี = คนเห็นปุ๊บ รู้เลยว่าแบรนด์อะไร มาสคอตช่วยสื่อสารง่าย ไร้กำแพงภาษา บางครั้ง “มาสคอต” ก็สื่อสารได้ดีกว่าคำพูด เพราะใช้ท่าทางแทนคำอธิบายยาว ๆ จึงเข้าถึงคนได้หลากหลายภาษา มาสคอตช่วยทำให้เข้าถึงทุก Touch Point ไม่ว่าจะเจอลูกค้าที่ไหน…มาสคอตก็ไปถึง• Online → คอนเทนต์ดูเป็นกันเองขึ้น• Offline → อีเวนต์ / บูธ / มีตัวตนจริงเพราะมาสคอตให้ความรู้สึกเฟรนด์ลี่ น่าเข้าหา ใคร ๆ ก็เข้าถึงง่าย มาสคอตใช้ต่อยอดได้มากกว่าแค่การตลาด มาสคอต 1 ตัว = โอกาสใหม่ของแบรนด์• ทำสินค้า / ของสะสม• เป็น Influencer

Mascot เปลี่ยนแบรนด์ให้มีชีวิต Read More »

Scroll to Top
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.