สุขภาพ

สมองล้า…ตัวการที่ทำให้ความจำสั้นลง

สมองล้า… ตัวการที่ทำให้ความจำสั้นลง คุณกำลังมีภาวะสมองล้าอยู่หรือเปล่า? คิดช้า ลืมง่าย ไม่มีสมาธิ เหม่อลอย ทั้งที่ใช้ชีวิตเหมือนเดิม รู้หรือไม่…ยิ่งสมองล้ายิ่งทำให้ความคิดสร้างสรรค์ต่ำลง เพราะสมองใช้พลังไปกับความเหนื่อยล้า แทนที่จะเอาไปคิดสิ่งใหม่ แต่ภาวะสมองล้า แก้ได้ด้วยการ ลดการทำงานแบบ Multi-Tasking ทำทีละอย่าง สมองจะโฟกัสได้มากขึ้น และใช้พลังน้อยลง การทิ้งเวลาสักพักก่อนตอบข้อความ ลดการทำงานสมองได้ ลดความล้าโดยที่เราแทบไม่รู้ตัว และทำให้กลับมาโฟกัสได้ดีขึ้นกว่าเดิม การจัดสภาพแวดล้อมให้เป็นระเบียบ ช่วยลดความยุ่งเหยิงในสมองด้วย เพราะสิ่งที่ตาเห็น ส่งผลโดยตรงต่อสิ่งที่สมองต้องประมวลผลยิ่งรอบตัวรก สมองยิ่งใช้พลังงานมากขึ้นโดยไม่จำเป็น การฝึกสมาธิ และงดเสพโซเชียลบ้าง คือวิธีรีเซ็ตสมอง เพราะสมองไม่ได้ถูกออกแบบมา ให้รับข้อมูลจำนวนมากตลอดทั้งวัน การหยุดรับข้อมูล คือการให้สมองได้ฟื้นตัว บางครั้งที่เรารู้สึกว่าความจำไม่ดี คิดอะไรไม่ออก อาจไม่ใช่เพราะเราไม่เก่งหรือไม่มีสมาธิ แต่เป็นเพราะสมองกำลังเหนื่อยเกินไปและสิ่งที่สมองต้องการ อาจไม่ใช่ความพยายามเพิ่ม แต่คือการได้พักอย่างเพียงพอ

สมองล้า…ตัวการที่ทำให้ความจำสั้นลง Read More »

Emotional Exhaustion ความเหนื่อยที่ไม่มีใครเห็น

Emotional Exhaustion ความเหนื่อยที่ไม่มีใครเห็น บางทีที่เรารู้สึกเหนื่อยทั้งที่ไม่ได้ขยับร่างกาย  อาจะเป็นเพราะเรากำลังอยู่ในภาวะความเหนื่อยล้าทางอารมณ์  หรือเรียกว่า Emotional Exhaustion โดยไม่รู้ตัว อะไรคือ Emotional Exhaustion? ภาวะที่ใจเหนื่อยล้า จากความเครียดสะสม ความกดดัน และการแบกรับความรู้สึกเชิงลบต่างๆ มากเกินไป ถ้ากำลังรู้สึก… เหนื่อย หมดพลัง ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรหนัก ไม่อยากคิดอะไรเลย หงุดหงิดง่าย อ่อนไหวกว่าปกติ ไม่อยากคุยกับใคร เป็นสัญญาณที่กำลังบอกว่า “เรากำลังอยู่ในภาวะ Emotional Exhaustion” วิธีพาตัวเองออกจากภาวะ Emotional Exhaustion อนุญาตให้ตัวเองพัก ลดเสพสิ่งที่ดูดพลังใจ เช่น social detox พูดความรู้สึกออกมา (กับคนหรือกับตัวเอง) ไม่ฝืน “เข้มแข็ง” ตลอดเวลา Self-Care + Self-Love การดูแลใจสำคัญไม่แพ้การดูแลกาย อย่าละเลยตัวเองในโลกที่เราถูกคาดหวังตลอดเวลา ในวันที่อ่อนล้า อย่าลืมดูแลหัวใจตัวเอง ฟังเสียงตัวเองกันด้วยนะ

Emotional Exhaustion ความเหนื่อยที่ไม่มีใครเห็น Read More »

Self-Love ทักษะการรักตัวเองที่ไม่ควรมองข้าม

Self-Love จุดเริ่มต้นของการการมี Productivity ที่ดีขึ้น ทักษะที่วัยทำงานไม่ควรมองข้าม Self-Love คืออะไร Self-Love คือ การยอมรับ เข้าใจ และเห็นคุณค่าในตัวเอง ทั้งในด้านที่ดี และด้านที่บกพร่องของตัวเอง Self-Love มีผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจ การที่เรามี Self-Love จะทำให้เรามีสุขภาพกายและใจที่ดีขึ้น เพราะเราจะรู้จักรักและตระหนักในคุณค่าของตนเอง ส่งผลต่อการดูแลตัวเอง และการใช้ชีวิต เพื่อให้องค์รวมของชีวิตดีขึ้น Self-Love จุดเริ่มต้นของ Self-Care Self-Love คือ การรักตัวเองSelf-Care คือ การดูแลตัวเอง เมื่อเรามี Self-Love เราจะเริ่มรู้จักกับการทำ Self-Care เพื่อดูแลตัวเอง ทั้งในด้านของสุขภาพกายและใจ ไม่ว่าจะเรื่องการ การพักผ่อน การเลือกทาน การออกกำลังกาย เพื่อให้เรามีสุขภาวะที่ดีของตัวเองเสมอ Productivity ดีขึ้นได้จากการทำ Self-Love เมื่อเรามีสุขภาวะที่ดี การทำงานหรือทำสิ่งต่าง ๆ ก็จะมี productivity ที่เพิ่มมากขึ้น  เพราะเราจะรู้จักจัดการกับความเครียด มีสมาธิสูงขึ้น และรู้จักการบริหารจัดการตัวเองได้ดีขึ้น  ไม่นำเอาอุปสรรคมาทำให้พลังใจถดถอย อย่าลืมเริ่มต้นดูแลตัวเอง

Self-Love ทักษะการรักตัวเองที่ไม่ควรมองข้าม Read More »

เมื่อ Wellness ไม่ใช่แค่เทรนด์อีกต่อไป แต่คือ lifestyle ของคนยุคใหม่

2026 เมื่อ Wellness ไม่ใช่แค่เทรนด์อีกต่อไป แต่คือ lifestyle ของคนยุคใหม่ อันดับที่ 1 Mental Health ดูแลใจให้ดี เครียดน้อยลง ใช้ชีวิตมีความสุขขึ้น อันดับที่ 2 Longevity ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง อยู่ได้นาน และใช้ชีวิตได้เต็มที่ อันดับที่ 3 Functional nutrition กินอาหารที่ดีต่อร่างกาย ไม่ใช่แค่อิ่ม แต่ต้องได้ประโยชน์ด้วย อันดับที่ 4 Beauty สวยจากข้างใน เมื่อสุขภาพดีแล้วความสวยจะตามมาเอง อันดับที่ 5 Weight management ดูแลน้ำหนักแบบไม่หักดิบ ไม่อด ทำได้ระยะยาว อันดับที่ 6 In-person experience and wellness travel เที่ยวและพักผ่อน เพื่อดูแลตัวเองทั้งกายและใจ 2026 Wellness ไม่ใช่แค่การดูแลสุขภาพเวลาเจ็บป่วย แต่คือการใส่ใจตัวเองในทุกวันทั้งร่างกาย จิตใจ อาหาร การพักผ่อน

เมื่อ Wellness ไม่ใช่แค่เทรนด์อีกต่อไป แต่คือ lifestyle ของคนยุคใหม่ Read More »

ทำไมเราถึงเหนื่อยง่าย…ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไร คำตอบไม่ใช่ความขี้เกียจ

ทำไมเราถึงเหนื่อยง่าย…ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไร คำตอบไม่ใช่ความขี้เกียจ สมองทำงานหนักกว่าที่เราคิด ถึงจะไม่ได้ขยับร่างกาย แต่ “สมอง” ต้องประมวลผลแบบต่อเนื่อง ข้อความเด้งทั้งวัน ต้องคิดว่าจะตอบใครก่อน ประชุม ประมวลข้อมูลหลายอย่างพร้อมกัน คิดเรื่องงาน คิดเรื่องเงิน คิดเรื่องอนาคต พลังที่มีก็เลยหมดไป ซึ่งเป็นพลังจากสมอง ไม่ใช่กล้ามเนื้อ ความเครียดจากโซเชียล การไถฟีดทั้งวัน เพื่ออัปเดต ทำให้สมองต้องรับข้อมูลปริมาณมากแบบเร็ว ๆ ไม่ว่าจะเป็น ข่าว-ภัยพิบัติ ปัญหาคนอื่น ดราม่า การเปรียบเทียบตัวเอง ทั้งหมดนี้ทำให้สมองเหนื่อยโดยแบบไม่รู้ตัว เมื่อสมองล้า ร่างกายก็เข้าสู่โหมดป้องกันตัวเอง ทำให้ ไม่มีแรง ง่วงทั้งวัน เหนื่อยง่าย ตื้อ ๆ เบลอ ๆ อยากนอน อยากเงียบ ทั้งหมดนี้เป็น “การป้องกันตัวเอง” ไม่ใช่นิสัยขี้เกียจ วิธีแก้ ไม่ใช่แค่พักนอนเฉย ๆ แต่ต้องลดสิ่งเร้าที่กินพลังสมอง ปิด notification ที่ไม่จำเป็น จัดโต๊ะทำงานให้โล่ง ทำทีละอย่าง ไม่ทำหลายอย่างพร้อมกัน หยุดไถฟีดสั้น ๆ

ทำไมเราถึงเหนื่อยง่าย…ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไร คำตอบไม่ใช่ความขี้เกียจ Read More »

Work–Life Harmony ทำงานยังไงให้มีความสุข

WORK–LIFE HARMONY ทำงานยังไงให้มีความสุข WORK–LIFE HARMONY คืออะไร ? แล้วทำไมคนพูดถึงกันเยอะ ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า Work–Life Harmony ≠ Work–Life Balance WORK–LIFE BALANCE เสร็จงาน ไปใช้ชีวิตส่วนตัวแยกสองโลกออกจากกันชัดเจนงานกับชีวิตต้องแบ่งเท่ากัน 50:50 WORK–LIFE HARMONY คือการทำงานพร้อมกับใช้ชีวิตในเวลาเดียวกัน อย่างการนอนดู NETFLIX,ไถ TikTokเพื่อหาแรงบันดาลใจ หา Reference ในการทำงาน แนวคิดนี้เกิดขึ้นตอนไหน ? หลังยุคโควิด หลายคน มี WFH มากขึ้น ได้ใช้ชีวิตระหว่างวันมากขึ้นไม่ต้องเสียเวลารถติดไป-กลับที่ทำงาน ไม่จำเป็นต้องเข้างาน 8 โมง ออก 5 โมง = มีความสุขกับการทำงานมากขึ้น คำถามคือ แล้วเราจะมี WORK–LIFE HARMONY ได้อย่างไร ? ง่าย ๆ แค่เริ่มจากการถามตัวเองว่า… “อะไรทำให้เรามีความสุข?” และ “สิ่งนั้นช่วยให้เราเก่งขึ้นได้ยังไง?” หาจุดที่

Work–Life Harmony ทำงานยังไงให้มีความสุข Read More »

ทำไมเข้า gym ถึงกลายเป็นสถานะทางสังคมของยุคนี้

ทำไมเข้า gym ถึงกลายเป็นสถานะทางสังคมของยุคนี้ หลายคนคิดว่าการเข้ายิมเป็นเรื่องของสุขภาพ …แต่ตอนนี้มันอาจสะท้อนอะไรมากกว่านั้น คนที่เข้ายิมได้ = คนที่มีเวลาว่าง  และเวลาว่าง…คือสิ่งที่คนทั่วไปแทบไม่มี คิดง่ายๆ มนุษย์เงินเดือนทั่วไป ทำงาน 8 ชั่วโมง เดินทาง ไป-กลับ 4 ชั่วโมง กลับมาบ้านก็หมดแรง วันหยุดอยากพัก แต่ดันต้องทำงานบ้าน พลังแทบไม่เหลือสำหรับ gym เพราะแบบนี้คนที่มีเวลาไป gym = คนที่มีคุณภาพชีวิตดีระดับหนึ่ง มนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่ เงินแทบไม่เหลือเก็บ ค่าฟิตเนสคือค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายยาว ๆและสำหรับหลายคน…มันเกินกำลังจริงไหนจะ ค่าชุดออกกำลังกาย รองเท้า อีก กลายเป็นว่าการเข้ายิม = ฉันมีทั้งเงิน ทั้งเวลา ที่จะดูแลตัวเองเป็น social signal อีกรูปแบบหนึ่ง ฟิตเนสคือพื้นที่ของคนที่มี Work-Life เพราะถ้าชีวิตไม่บาลานซ์ เราจะไม่ไปยิม คนที่เข้าได้สม่ำเสมอ  คือ คนที่จัดเวลาชีวิตได้ดีพอ  งานไม่ทับ รายได้ไม่ต้องลุ้นสุขภาพจิตไม่ถูกงานกินจนหมด ยิมกลายเป็นเครื่องบอกสถานะเงียบ ๆ มันไม่ใช่การอวด แต่คือสัญญาณว่า…

ทำไมเข้า gym ถึงกลายเป็นสถานะทางสังคมของยุคนี้ Read More »

New Lifestyle ทำไม Gen Z ถึงดื่มแอลกอฮอล์น้อยลง ทั้งที่อายุถึงเกณฑ์ ?

New Lifestyle GEN Z เลิกเหล้า ไม่เข้าผับ ทำไม Gen Z ถึงดื่มแอลกอฮอล์น้อยลง ทั้งที่อายุถึงเกณฑ์ ? อยากเท่ อยากคูล ต้องดูแลสุขภาพ เพราะทุกอย่างมีผลกระทบและราคาที่ต้องจ่าย ทั้งสุขภาพ เศรษฐกิจ ภาพลักษณ์ และเวลา การไม่ดื่ม จึงเป็น ไลฟ์สไตล์ Look ที่ดูแพง Mindset เปลี่ยน Gen Z โตมากับคำว่า Mental Health, Burnout, Sleep Quality, Self-care งานวิจัยบอกว่า Gen Z เป็น generation ที่จริงจังเรื่องสุขภาพที่สุด  เมา = ทำร้ายตัวเองแบบไม่จำเป็น ต่างจาก Gen Y ที่มองว่า ดื่ม = ความสนุกGen Z กลับมอง สุขภาพดี =

New Lifestyle ทำไม Gen Z ถึงดื่มแอลกอฮอล์น้อยลง ทั้งที่อายุถึงเกณฑ์ ? Read More »

สมองของคนขี้คิด…ทำงานหนักกว่าคนทั่วไป ! มาหาทางออกให้สมองกันเถอะ

สมองของคนขี้คิด… ทำงานหนักกว่าคนทั่วไป คนอื่นพัก = พักจริง แต่สำหรับ “คนคิดเยอะ”ช่วงพักคือ ช่วงที่สมองทำงานหนักที่สุด เวลาเจอปัญหาแค่เรื่องเล็ก ๆ สมองจะคิดเผื่อ ทุกทางที่อาจจะพังแม้ 99% จะไม่ได้เกิดขึ้นจริงก็ตาม ร่างกายอาจนิ่งเฉย แต่มือสั่น ใจเต้นแรง เพราะสมองสั่งให้เตรียมรับมือกับสิ่งที่ “ยังไม่เกิด” ตลอดเวลา ทำไมถึงเป็นแบบนี้? เพราะสมองคนแบบนี้ไม่อยากเจ็บรอบสองเลยพยายามคุมทุกอย่างให้ชัวร์ที่สุด แต่การป้องกันตัว กลายเป็น การทำร้ายตัวเองแบบเงียบ ๆ ทั้งเครียด ทั้งเหนื่อยทั้งที่…ยังไม่ได้เริ่มแก้ปัญหาเลยด้วยซ้ำ สัญญาณที่เริ่มเห็นชัด นอนยาก คิดวนก่อนนอน คิดมากกับเรื่องง่าย เหนื่อยใจตลอด โดยไม่มีเหตุผล วิธีแก้ เขียนความคิดออกมาให้หมด อะไรที่รกในหัว เอาลงกระดาษ หายใจช้า ๆ 10 ครั้ง มันคือวิธีดึงสมองกลับมาที่ปัจจุบัน ตั้งเวลา ‘คิดเรื่องนี้’ แค่วันละ 10 นาที

สมองของคนขี้คิด…ทำงานหนักกว่าคนทั่วไป ! มาหาทางออกให้สมองกันเถอะ Read More »

Scroll to Top